DDproperty ชี้ตลาดอสังหาฯ ปี 2564 ชะลอตัว ท่ามกลางสงครามราคา เจาะกลุ่มเรียลดีมานด์

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย สรุปภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2563 และแนะแนวโน้มปี 2564 เผยเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์จากหลายปัจจัย ทำให้ตลาดไม่เติบโตเท่าที่ควร ทั้งจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจชะลอตัว และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อบ้านนานขึ้น สอดคล้องกับผลสำรวจ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคถึง 75% ชะลอการซื้อบ้านออกไปก่อน

จากการชะลอตัวของตลาดทำให้ผู้ประกอบการต้องใช้แคมเปญการตลาด ราคา และโปรโมชันต่าง ๆ เพื่อจูงใจผู้ซื้อ ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมลดต่ำลง แต่เป็นการเร่งการตัดสินใจจากผู้ซื้อที่เป็นกลุ่มเรียลดีมานด์หรือผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงที่มีความต้องการซื้อมาตั้งแต่ช่วงล็อกดาวน์ ส่วนกลุ่มดีมานด์ใหม่ยังคงชะลอตัวเนื่องจากส่วนใหญ่ยังคงไม่มั่นใจกับสภาพเศรษฐกิจ และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง

คอนโดมิเนียมยังคงเป็นสินค้าที่มีสัดส่วนมากที่สุด ขณะที่แนวโน้มโครงการใหม่เริ่มเป็นสินค้าประเภทแนวราบมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่กับบ้านนานขึ้นในช่วงล็อกดาวน์จึงเห็นความสำคัญของการมีพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่มากขึ้น

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า “สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยคาดว่าผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วเมื่อตอนที่โควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดในเมืองไทยจนนำไปสู่การล็อกดาวน์ และกิจกรรมทางธุรกิจหยุดชะงัก สำหรับแนวโน้มของตลาดในปี 2564 จะยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องจากปีนี้ ท่ามกลางการแข่งขันอย่างเข้มข้นของผู้ประกอบการที่แข่งกันลดราคา รวมไปถึงออกโปรโมชั่นแรง ๆ เพื่อจูงใจผู้ซื้อ ส่วนจำนวนโครงการเปิดใหม่นั้นคาดว่าจะมีจำนวนใกล้เคียงกับปี 2563” 

“ปี 2564 ถือเป็นปีปรับสมดุลของตลาดอสังหาฯ ทั้งในแง่ของราคาและอุปทาน (จำนวนที่อยู่อาศัย) โดยในส่วนของราคานั้นเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากดัชนีราคาที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2563 และคาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 อย่างไรก็ดี แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดอสังหาฯ นั้นจะขึ้นอยู่กับตัวแปรสำคัญ ๆ ได้แก่ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพการเมือง รวมถึงการมีมาตรการจากภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ หรือให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น” นางกมลภัทร กล่าวสรุป

อ่านและศึกษาข้อมูลภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ DDproperty Thailand Property Market Outlook 2564 ได้ที่ https://www.ddproperty.com/คู่มือซื้อขาย/thailand-property-market-outlook-37841 




ข้อมูลที่น่าสนใจในแวดวงอสังหาฯ จากงานแถลงข่าว

มาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้กลุ่มนักลงทุนหายไปจากตลาด 

ผลพวงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบ ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากระมัดระวังในการใช้เงิน และลดการใช้จ่ายต่าง ๆ รวมถึงด้านที่อยู่อาศัย

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอการเปิดโครงการใหม่ แต่เน้นระบายสต็อกคงค้าง โดยใช้กลยุทธ์ราคาและโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นการซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ในภาพรวมปรับตัวลดลงอย่างมากจากรอบปีก่อน

พฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป โดยหันมาให้ความสำคัญกับการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) รวมถึงการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่ติดบ้านมากขึ้น จากการที่ต้องทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) จึงมีความต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้น และเป็นสัดส่วนมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์เติบโตทั้งอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply)

ทำเลจะไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในตัวเมืองเท่านั้น แต่กระจายสู่พื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ มากขึ้น โครงการแนวราบสามารถทำราคาที่คนส่วนใหญ่เอื้อมถึงได้ ประกอบกับการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้ว และส่วนต่อขยายสายสีต่าง ๆ ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมือง หรือเชื่อมต่อใจกลางเมืองสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

แม้เศรษฐกิจไทยมี GDP ติดลบต่ำสุดเป็นประวัติการณ์และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังต้องเฝ้าระวัง จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อ แต่ด้วยปัจจัยด้านราคาที่ไม่สูงมากนักและอัตราดอกเบี้ยลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ปี 2563 เป็นโอกาสทองของผู้ซื้อที่มีความพร้อม

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2564

แนวโน้มราคาที่อยู่อาศัย (Pricing)

ราคาอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายปี 2562 ส่วนหนึ่งมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และผลจากมาตรการ LTV ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้มากนัก ก่อนจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโควิด-19 จากรายงาน DDproperty Thailand Property Market Index พบว่า ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2562 (Q4 2562) ซึ่งอยู่ที่ 207 จุด ก่อนจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อยหลังจากประกาศคลายล็อกดาวน์ โดยเพิ่มขึ้น 2% ถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส (นับจากช่วง Q1 2562) แต่ยังถือว่าดัชนีราคาลดลงถึง 9% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ทำเลที่ราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบปี 2563

ภาพรวมทำเลในกรุงเทพฯ ที่ราคาที่อยู่อาศัยเติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ราคาเพิ่มขึ้นถึง 63% จากรอบปีก่อนหน้า

แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน (บริเวณศูนย์การค้าไอคอนสยาม) เพิ่มขึ้น 14% 

แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน เพิ่มขึ้น 10% 

แขวงสี่พระยา เขตบางรัก เพิ่มขึ้น 9% และ

แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน เพิ่มขึ้น 9%

หากโฟกัสไปที่ประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า 5 ทำเลที่มีราคาคอนโดมิเนียมเติบโตมากที่สุด คือ 

แขวงบางไผ่ เขตบางแค เพิ่มขึ้น 42% 

แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน เพิ่มขึ้น 15% 

แขวงสี่พระยา เขตบางรัก เพิ่มขึ้น 10% 

แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน เพิ่มขึ้น 14% และ

แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน เพิ่มขึ้น 10%

ส่วน 5 ทำเลที่มีราคาบ้านเดี่ยวเติบโตมากที่สุด คือ 

แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย เพิ่มขึ้น 21% 

แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ เพิ่มขึ้น 18% 

แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง เพิ่มขึ้น 18% 

แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ เพิ่มขึ้น 17% และ

แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน เพิ่มขึ้น 15%

สำหรับ 5 ทำเลที่มีราคาทาวน์เฮ้าส์เติบโตมากที่สุด คือ 

แขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก เพิ่มขึ้น 41% 

แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก เพิ่มขึ้น 24% 

แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา เพิ่มขึ้น 21% 

แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง เพิ่มขึ้น 19% และ

แขวงบางไผ่ เขตบางแค เพิ่มขึ้น 15%

“แม้ว่าทำเลที่ราคาคอนโดฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ หรือ CBD แต่โดยรวม เมื่อพิจารณาในที่อยู่อาศัยทุก ๆ ประเภทแล้ว จะพบว่าทำเลที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่รอบนอก CBD และชานเมือง” นางกมลภัทร กล่าว

แนวโน้มด้านอุปทาน (Supply) ในกรุงเทพฯ

จำนวนที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ มีแนวโน้มลดลง จากการที่ผู้ประกอบการชะลอเปิดตัวโครงการใหม่ หันไปเน้นระบายสต็อกคงค้าง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ผู้ขายส่วนหนึ่งไม่ปล่อยขายในช่วง “สงครามราคารุนแรง” รอดูสถานการณ์และปล่อยขายภายหลังเพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่า

ตั้งแต่ Q4 2562 เป็นต้นมา จำนวนอุปทานลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 336 จุด ต่อเนื่องมาถึง Q2 ที่ลดลงอย่างมากมาอยู่ที่ 313 จุด ก่อนจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากมีการคลายล็อกดาวน์ใน Q3 2563 มาอยู่ที่ 385 จุดหรือเพิ่มขึ้นถึง 23% และเพิ่มขึ้น 5% ของปีก่อนหน้า สะท้อนความต้องการขายหลังจากหยุดชะงักไปในช่วงล็อกดาวน์ และแสดงถึงจำนวนอุปทานคงค้างที่เหลืออยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก 

โดย 5 ทำเลที่จำนวนที่อยู่อาศัยเติบโตเพิ่มมากขึ้นที่สุดในรอบปี ได้แก่

แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง เพิ่มขึ้น 47% 

แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน เพิ่มขึ้น 23% 

แขวงคลองตัน เขตคลองเตย เพิ่มขึ้น 22% 

แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา เพิ่มขึ้น 13% และ

แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง เพิ่มขึ้น 11%

หากแยกเป็นประเภทอสังหาริมทรัพย์ พบว่า

จำนวนคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี คือ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง เพิ่มขึ้น 42% 

บ้านเดี่ยว คือ แขวงบางนา เขตบางนา เพิ่มขึ้นถึง 233% 

และทาวน์เฮ้าส์ คือ แขวงบางจาก เขตพระโขนง เพิ่มขึ้น 78%

เมื่อแบ่งตามระดับราคาจะพบว่าระดับราคาที่มีอุปทานเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ 

ระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% 

รองลงมาคือ ระดับราคา 1-3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% 

ส่วนระดับราคา 5-10 ล้านบาท ลดลง 7% และ

ระดับราคา 3-5 ล้านบาท ลดลง 3%

“ที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่าล้านในปัจจุบันถือเป็นเซ็กเมนต์ที่มีความกดดัน เนื่องจากมีอุปทานอยู่ในตลาดอยู่ค่อนข้างมาก ในขณะที่กำลังซื้อได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันค่อนข้างมาก แม้จะมีมาตรการลดค่าโอนฯ ค่าจดจำนองของบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านออกมาก็ตาม ในขณะที่อุปทานของเซ็กเมนต์ 1-3 ล้าน แม้จะมีอยู่ค่อนข้างเยอะ (+29%) แต่ดีมานด์ในเซ็กเมนต์นี้ยังคงเพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อนหน้า ตามมาด้วยเซ็กเมนต์ 3-5 ล้าน (+12%) และ 5-10 ล้าน (+3%) ตามลำดับ” นางกมลภัทร กล่าว

คอนโดมิเนียมยังคงมีสัดส่วนมากที่สุดอยู่ที่ 88% ของอุปทานที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ทั้งหมด ส่วนบ้านเดี่ยวอยู่ที่ 7% และทาวน์เฮ้าส์อยู่ที่ 5%

เมื่อดูสัดส่วนตามกลุ่มประเภทของอสังหาริมทรัพย์และระดับราคาจะเห็นว่าในกลุ่มของคอนโดมิเนียม

ระดับราคา 5-10 ล้านบาท จะมีสัดส่วนถึง 31% 

รองลงมา คือ ระดับราคา 3-5 ล้านบาท อยู่ที่ 21% 

เช่นเดียวกับในกลุ่มบ้านเดี่ยว 

ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 5-10 ล้านบาท ถึง 30% 

รองลงมา คือ ระดับราคา 3-5 ล้านบาท อยู่ที่ 14%

สำหรับกลุ่มทาวน์เฮ้าส์ 

ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 1-3 ล้านบาท ถึง 34% 

รองลงมา คือ ระดับราคา 3-5 ล้านบาท อยู่ที่ 28%

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2564 เขตปริมณฑล

3 จังหวัดปริมณฑลแนวรถไฟฟ้า ราคาเพิ่มขึ้น

“ราคาที่อยู่อาศัยใน 3 จังหวัดปริมณฑลส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 1-3 ล้านบาท โดยคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮ้าส์ ส่วนใหญ่มีระดับราคาใกล้เคียงกันคือ 1-3 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับ 5-10 ล้านบาท ทำให้คอนโดมิเนียมอาจขายได้ยากขึ้น เนื่องจากราคาใกล้เคียงกับทาวน์เฮ้าส์” นางกมลภัทร กล่าว

นนทบุรี

รถไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดนนทบุรีมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังส่งผลให้มีปัจจัยต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยตามมา ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า และแหล่งงาน เมื่อพิจารณาการเติบโตของทำเลแนวรถไฟฟ้าจะพบว่า บริเวณตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง มีการปรับตัวของราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นในรอบปี 13% จากอานิสงส์ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง อีกหนึ่งทำเลที่มีแนวโน้มเติบโตคือบริเวณตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย เพิ่มขึ้น 16% เติบโตจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน บางซื่อ-ตลิ่งชัน และแยกเป็นประเภทที่อยู่อาศัยพบว่าทำเลที่มีราคาคอนโดมิเนียมเพิ่มมากที่สุดในรอบปี ได้แก่ 

บริเวณรถไฟฟ้าสายสีม่วง MRT กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มขึ้น 6% 

บริเวณ MRT ตลาดบางใหญ่ และ MRT สามแยกบางใหญ่ เพิ่มขึ้น 4% และ

บริเวณสถานีแยกปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี เพิ่มขึ้น 3%

ทางด้านจำนวนอุปทาน พบว่า ทำเลที่มีจำนวนอุปทานเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี ได้แก่ 

ตำบลบางคูรัด อำเภอบางบัวทอง เพิ่มขึ้น 87% 

ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง เพิ่มขึ้น 41% 

จำนวนอุปทานคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ในตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ (บริเวณ MRT ตลาดบางใหญ่ และ MRT สามแยกบางใหญ่) เพิ่มขึ้น 52% บ้านเดี่ยวอยู่ในตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด เพิ่มขึ้นถึง 107% และทาวน์เฮ้าส์อยู่ในตำบลบางคูรัด อำเภอบางบัวทอง เพิ่มขึ้น 103%

สมุทรปราการ

สมุทรปราการเป็นจังหวัดที่ได้อานิสงส์จากโครงการรถไฟฟ้าทั้งสายสีเขียว รวมถึงรถไฟฟ้าสายใหม่อย่างสายสีเหลือง ที่คาดว่าจะเปิดในปี 2564 ส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อาทิ ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ (บริเวณสถานี BTS แพรกษา, BTS สายลวด, BTS เคหะฯ) ราคาเพิ่มขึ้น 21% เมื่อพิจารณาตามประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า ทำเลที่มีราคาคอนโดมิเนียมเพิ่มมากที่สุดในรอบปี ล้วนอยู่ในอำเภอเมืองสมุทรปราการที่แนวรถไฟฟ้าทั้งสิ้น ได้แก่

ตำบลปากน้ำ (บริเวณ BTS ปากน้ำ) เพิ่มขึ้น 11% 

ตำบลท้ายบ้านใหม่ เพิ่มขึ้น 8% และ

ตำบลเทพารักษ์ (บริเวณ BTS สำโรง, BTS ทิพวัล, BTS ศรีเทพา) เพิ่มขึ้น 6%

ส่วนบ้านเดี่ยว ได้แก่ ตำบลบางจาก อำเภอพระประแดง เพิ่มขึ้น 43% และทาวน์เฮ้าส์อยู่ในตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ เพิ่มขึ้น 27%

ทางด้านจำนวนอุปทาน พบว่า ทำเลที่มีจำนวนอุปทานเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี ได้แก่ 

ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ เพิ่มขึ้น 58% 

ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เพิ่มขึ้น 57% 

ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี เพิ่มขึ้น 44% 

ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี เพิ่มขึ้น 30% และ

ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เพิ่มขึ้น 23% 

ปทุมธานี

ปทุมธานีอีกหนึ่งจังหวัดที่มีปัจจัยเอื้อต่อการอยู่อาศัยหลายด้าน ไม่ว่าจะโครงการพัฒนาของภาคเอกชน อาทิ โครงการของภาคเอกชนอย่างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ต่าง ๆ และโครงการพัฒนาของภาครัฐ อาทิ รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และส่วนต่อขยาย คูคต-วงแหวนรอบนอก

ทำเลที่มีราคาที่อยู่อาศัยเติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี อยู่ตามแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย คูคต-วงแหวนรอบนอก ได้แก่ 

ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 18% และ

ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 16%

เมื่อโฟกัสที่ประเภทของที่อยู่อาศัย พบว่า ทำเลที่มีราคาคอนโดมิเนียมเพิ่มมากที่สุดในรอบปีอยู่ในทำเลแนวรถไฟฟ้า ทำเลใกล้สถานศึกษา ได้แก่

ตำบลบางยี่โถ อำเภอธัญบุรี (ใกล้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี-ดรีมเวิลด์) เพิ่มขึ้น 17%

ตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี (ใกล้มหาวิทยาลัยรังสิต) เพิ่มขึ้น 13% 

รวมถึงทำเลใกล้รถไฟฟ้า ได้แก่ ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา เพิ่มขึ้น 14% และ

ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 3%

ทางด้านจำนวนอุปทานพบว่าทำเลที่มีจำนวนอุปทานเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี ได้แก่ 

ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา เพิ่มขึ้น 42% 

ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา เพิ่มขึ้น 26% และ

ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 25% 

โดยคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่อยู่ในตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา มีจำนวนเพิ่มขึ้นในรอบปีถึง 49% บ้านเดี่ยวส่วนใหญ่อยู่ในตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา เพิ่มขึ้น 38% ส่วนทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่อยู่ในตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 21%

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2564

พฤติกรรมผู้บริโภค

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคอย่างมาก จากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ DDproperty's Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุดพบว่า:

ผู้บริโภคถึง 75% ชะลอการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ 

32% มองว่าราคาที่อยู่อาศัยมีความไม่แน่นอน 

31% เชื่อว่าการขอสินเชื่อบ้านยากขึ้นหรือใช้เวลานานกว่าจะได้รับการอนุมัติ 

24% หันมาให้ความสนใจกับที่อยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและความสะอาด

20% ให้ความเห็นว่าเข้าไปดูโครงการที่สนใจยากขึ้น

ขณะที่ปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคใช้พิจารณาเลือกที่อยู่อาศัย นอกจากปัจจัยด้านราคา รายละเอียดสินเชื่อและทำเล ผลสำรวจยังได้สะท้อนให้เห็นปัจจัยใหม่ ๆ โดยเฉพาะเรื่องรูปแบบโครงการที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ซึ่งต้องตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบันและอนาคตที่มีการทำงานจากที่บ้านมากขึ้น 

ผู้บริโภคถึง 82% ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม 

65% ให้ความสำคัญกับสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ต้องเสถียร 

64% ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันในบ้านและสิ่งอำนวยความสะดวก 

50% ให้ความสำคัญกับระบบระบายอากาศและความร้อน รวมถึงระบบประหยัดพลังงานอัจฉริยะ และ 

43% ให้ความสำคัญกับขนาดของที่อยู่อาศัยเป็นหลัก

หากโฟกัสไปที่แต่ละช่วงวัย มีความต้องการที่ตอบโจทย์แตกต่างกัน 

กลุ่มวัยเริ่มต้น อายุ 22-29 ปี ให้ความสำคัญกับขนาดของที่อยู่อาศัยถึง 51% 

กลุ่มวัยทำงาน อายุ 30-49 ปี ให้ความสำคัญกับขนาดของที่อยู่อาศัยถึง 55% 

กลุ่มวัยใกล้เกษียณ อายุ 50-59 ปี ให้ความสำคัญกับส่วนกลางภายในโครงการถึง 53%

ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไป ให้ความสำคัญที่ขนาดของที่อยู่อาศัยและส่วนกลางภายในโครงการถึง 53%

สอดคล้องกับข้อมูลความสนใจซื้อในรอบปีของผู้บริโภคที่พบว่า:

บ้านเดี่ยว ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นถึง 30% 

รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์ เพิ่มขึ้น 10% 

ส่วนคอนโดมิเนียม ลดลง 2%

ด้านทำเลที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ยังคงเป็นทำเลในกรุงเทพฯ แต่เริ่มมีสัญญาณการกระจายตัวสู่พื้นที่รอบนอกมากขึ้น จากการขยายตัวของเมือง เชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า และความต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มมากขึ้น โดย 46% ให้ความสนใจทำเลกรุงเทพฯ รอบนอก สอดคล้องกับข้อมูลความสนใจซื้อที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี 5 อันดับแรกในกรุงเทพฯ ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมากที่สุด ได้แก่

เขตมีนบุรี เพิ่มขึ้น 74% 

เขตภาษีเจริญ เพิ่มขึ้น 61% 

เขตสายไหม เพิ่มขึ้น 58% 

เขตบางแค เพิ่มขึ้น 58%

เขตจตุจักร เพิ่มขึ้น 38% 

ทั้งนี้ ผู้บริโภคคาดหวังให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือเกี่ยวกับการซื้อที่อยู่อาศัย โดยมีถึง 79% ที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเพิ่ม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

ภาพรวมเศรษฐกิจ

แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทย และการทยอยฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่คึกคักเท่ากับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินว่า ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมจะกลับสู่ระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19

โดย กนง. ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ซึ่งจะช่วยเอื้อต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และทำให้อัตราดอกเบี้ยบ้านต่ำลงด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2564 ยังมีปัจจัยท้าทายที่ต้องเผชิญรอบด้าน อาทิ เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คิด ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ลดลง ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ และการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 รวมถึงสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง

COMMENTS

Name

$type=slider,1,Audio Video,93,Audio Visual,104,automotive,181,beauty,2,Business,59,CSR,12,Economic,7,Electronics,42,Entertainment,59,FinTech,53,Food,47,Health & Beauty,51,Home Appliance,55,Interview,4,IT & DeepTech,340,Lifestyle,112,Marketing,38,Mobile Device,401,Motorbike,23,PR News,62,PropTech,48,Real Estate,129,Review,66,Sports,3,Telecom,76,Travel,4,
ltr
item
nexttopbrand.com: DDproperty ชี้ตลาดอสังหาฯ ปี 2564 ชะลอตัว ท่ามกลางสงครามราคา เจาะกลุ่มเรียลดีมานด์
DDproperty ชี้ตลาดอสังหาฯ ปี 2564 ชะลอตัว ท่ามกลางสงครามราคา เจาะกลุ่มเรียลดีมานด์
https://1.bp.blogspot.com/-u8vghdDvQKo/X8_THq5MhxI/AAAAAAACnas/enMuXcDfWDc1Ef-8XjYQYeju77xKaruAwCLcBGAsYHQ/s16000/%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A3%2BDDproperty_01%2B%25282%2529.JPG
https://1.bp.blogspot.com/-u8vghdDvQKo/X8_THq5MhxI/AAAAAAACnas/enMuXcDfWDc1Ef-8XjYQYeju77xKaruAwCLcBGAsYHQ/s72-c/%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A3%2BDDproperty_01%2B%25282%2529.JPG
nexttopbrand.com
https://www.nexttopbrand.com/2020/12/ddproperty-outlook.html
https://www.nexttopbrand.com/
https://www.nexttopbrand.com/
https://www.nexttopbrand.com/2020/12/ddproperty-outlook.html
true
673143005888157321
UTF-8
Loaded All Posts Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS PREMIUM CONTENT IS LOCKED STEP 1: Share. STEP 2: Click the link you shared to unlock Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy