Value Content$type=grid$count=9$meta=0$sn=0$rm=0$hide=post

BMW Group Thailand ครองอันดับหนึ่งตลาดรถยนต์พรีเมียมในปี 2563

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สร้างความสำเร็จในปี 2563 แห่งประวัติศาสตร์ ครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์พรีเมียมไทย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถพรีเมียมไทย ประกาศยอดขายในปี 2563 สูงสุดในเซกเมนต์ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิรวม 12,426 คัน

ส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมทะยานสู่ 51.2% สวนทางกับภาพรวมของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา

โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ยังคงสานต่อความแข็งแกร่งด้วยการประกอบรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์รวม 32,052 คันตลอดปี 2563

บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ย่างเข้าสู่ปี 2564 เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปี พร้อมสร้างสถิติยอดสินเชื่อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 16,770 ล้านบาท ส่งมูลค่าสินเชื่อรวมในพอร์ตถึง 50,500 ล้านบาทในปี 2563 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ปิดศักราช 2563 คว้าตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์พรีเมียมประเทศไทย ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิรวมทั้งหมด 12,426 คันระหว่างเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2563 ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยทะยานขึ้นสู่ 51.2% แม้จะต้องเผชิญหน้ากับปีที่ท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์

ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้นในปี 2563 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยได้ส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรวม 11,242 คัน ลดลง 4.3% จากปีก่อนหน้า ขณะที่มินิมียอดการส่งมอบ 1,184 คัน ลดลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 1.7% ด้านบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังคงรักษาผลงานที่แข็งแกร่งไว้ได้ด้วยยอดส่งมอบ 1,224 คัน แม้จะต้องประสบกับสถานการณ์โรคระบาดในปีที่ผ่านมา

การสร้างสถิติความสำเร็จในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยในปีที่ผ่านมาจากกลยุทธ์ที่ยึดความต้องการของผู้บริโภคเป็นหัวใจหลัก ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวด้านดิจิทัล การนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ไปจนถึงการมอบพลังแห่งทางเลือกที่ยืดหยุ่นและหลากหลายให้แก่ลูกค้า ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพด้านการผลิต รวมทั้งความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเจตนารมณ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและความยั่งยืนในสังคมไทย พร้อมเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในปี 2564 

ในระดับโลก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำระดับโลกในตลาดรถยนต์พรีเมี่ยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดการส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และโรลส์-รอยซ์ รวมทั้งหมด 2,324,809 คันทั่วโลก ขณะที่ยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 31.8% จากปีก่อนหน้า ด้วยยอดส่งมอบรวม 192,646 คันจากบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ สะท้อนถึงความต้องการด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วโลก ด้านบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ก็สร้างสถิติการเติบโตด้วยยอดส่งมอบรถมอเตอร์ไซค์และสกูตเตอร์ทั้งหมด 169,272 คันในปี 2563 ที่ผ่านมา สร้างตัวเลขผลงานยอดขายสูงสุดเป็นอันดับที่สองในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ท่ามกลางความท้าทายมากมายจากสถานการณ์โรคระบาด

มร.อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2563 นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่เหนือความคาดหมายของทุกคน แต่ในปีที่เราต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งประวัติศาสตร์นี้ เราก็ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญที่สุดและก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์

พรีเมียมประเทศไทย แม้ตลาดรถยนต์โดยรวมของประเทศไทยหดตัวมากถึง 31% แต่เราก็สร้างผลงานที่เหนือกว่าตลาดในเซกเมนต์พรีเมียม และครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 51.2% ซึ่งเป็นผลจากการนำเสนอทางเลือกระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย การบริการหลังการขายที่ยืดหยุ่น และการปรับตัวด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2563 เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค”

“ความสำเร็จของปีที่ผ่านมานั้นชัดเจน เราได้ปฏิรูปทั้งวิธีคิดและการทำงาน อีกทั้งยังพลิกโฉมช่องทางการเข้าถึงลูกค้าต่าง ๆ ไปสู่ช่องทางดิจิทัล เราได้ค้นพบหนทางที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์แม้จะต้องต่อสู้กับความท้าทายมากมาย วันนี้ผมจึงอยากขอขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ยังคงเชื่อมั่นในแบรนด์ต่าง ๆ ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เรามีความหลงใหลในสิ่งที่เราทำ ซึ่งแรงผลักดันที่สำคัญที่สุดของเราก็คือลูกค้าทุกคน เรามุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆที่น่าตื่นเต้นมาเพื่อลูกค้าของเราในปีนี้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แล้วผมยังอยากขอขอบคุณผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของเราทุกราย ที่ไม่ลดละความมุ่งมั่นในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด ความกดดันที่เกิดจากโรคระบาดโควิด-19 ครั้งนี้เป็นความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ของตลาดยานยนต์ แต่เราก็ได้ร่วมฝ่าฟันอุปสรรค และร่วมกันสร้างความสำเร็จอันน่าประทับใจครั้งนี้ไปพร้อม ๆ กัน” มร. บารากา กล่าว

ความสำเร็จแห่งปี 2563: จากการปรับตัวด้านดิจิทัลและพลังแห่งทางเลือก สู่ตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์พรีเมียม จากการยึดมั่นในความต้องการของผู้บริโภค บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยได้พลิกโฉมการนำเสนอประสบการณ์ด้านยนตรกรรมให้แก่ลูกค้าตลอดทั้งปี 2563 การปรับตัวด้านดิจิทัลกลายเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอทางเลือกในการเข้าชมและสั่งจองรถยนต์ในงานมอเตอร์โชว์และงานมอเตอร์เอ็กซ์โปผ่านช่องทางออนไลน์ควบคู่กับการเดินชมงานแบบปกติ ตลอดจนการเปิดตัวรถยนต์ใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์พร้อมมอบข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษแบบเรียลไทม์ และยังได้ขยายการตอบโจทย์แฟน ๆ ด้วยการจัดงาน BMW Xpo ในรูปแบบใหม่ ที่คำนึงถึงความต้องการและความสะดวกของลูกค้ายิ่งขึ้น โดยนำประสบการณ์สไตล์บีเอ็มดับเบิลยูมาให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดในศูนย์การค้า 4 แห่งทั่วกรุงเทพมหานคร

ที่สำคัญ การมอบพลังแห่งทางเลือกเป็นหัวใจหลักในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จึงตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของลูกค้าได้อย่างตรงจุด โดยทั้งบีเอ็มดับเบิลยูและมินิได้เปิดตัวรถไปกว่า 20 รุ่น ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์สันดาปภายในทั้งเบนซินและดีเซล รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ไปจนถึงรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ทั้งในรูปแบบรถซีดาน รถอเนกประสงค์ SAV และรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ซึ่งเฉพาะสำหรับประเภทรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยได้เปิดตัวรุ่นใหม่ไปถึง 4 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport รวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % รุ่นแรกจากมินิอย่าง มินิ คูเปอร์ เอสอี พร้อมสานต่อความมุ่งมั่นในขับเคลื่อนพลังสะอาดอย่างยั่งยืน ด้วยการเดินหน้าขยายเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow ซึ่งปัจจุบันมีหัวจ่าย ChargeNow ทั้งหมด 111 หัวจ่าย ใน 67 แห่งทั่วประเทศไทย 

นอกจากทางเลือกที่ยืดหยุ่นและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทั้งความต้องการด้านยนตรกรรมและไลฟ์สไตล์ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยยังร่วมมือกับเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในการขยายบริการที่รวดเร็ว สะดวกสบาย และได้มาตรฐานในระดับโลกให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ถึงตำแหน่งผู้นำของบีเอ็มดับเบิลยูในตลาดยนตรกรรมพรีเมียมไทย

ยอดผลิตที่แข็งแกร่งตอกย้ำศักยภาพอันยอดเยี่ยมของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย แม้ว่าจะมีการหยุดชะงักในห่วงโซ่อุปทานครั้งยิ่งใหญ่ในปี 2563 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ยังคงรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยความสำเร็จในการรักษาความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นในการผลิตและประกอบยานยนต์ตลอดทั้งปี ร่วมกับความต้องการที่ยังคงเข้มแข็งจากทั้งตลาดเอเชียและในประเทศไทย รวมไปถึงความเชื่อมั่นในแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู ส่งผลให้โรงงานประกอบยานยนต์ จังหวัดระยอง สามารถสร้างผลงานภาพรวมปี 2563 ได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดการประกอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูกว่า 23,177 คัน และยอดประกอบมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดที่ 8,875 คัน 

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายของลูกค้า และสนับสนุนการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย นับเป็นผู้ประกอบยานยนต์รายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่สามารถประกอบและส่งมอบยนตรกรรมในระบบขับเคลื่อนต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2558 ไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน ระบบปลั๊กอินไฮบริด และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน ปัจจุบัน โรงงานประกอบยานยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยู ณ จังหวัดระยอง สามารถประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูในประเทศได้กว่า 16 รุ่น โดยในจำนวนนี้เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 5 รุ่น และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด รวมอีก 9 รุ่น

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ยังพร้อมส่งเสริมและยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยนตรกรรมระดับโลก ผ่านโครงการ BMW Dual Excellence Program ที่จัดทำมาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อบ่มเพาะทักษะและพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ในหมู่นักศึกษาอาชีวะขั้นสูงในประเทศไทย โดยมีนักศึกษาคิดเป็น 35% จากโครงการดังกล่าวได้เข้าร่วมงานกับโรงงานบีเอ็มดับเบิลยูในจังหวัดระยอง โดยในจำนวนนี้คิดเป็นนักศึกษาหญิงกว่า 27% ตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวของบีเอ็มดับเบิลยูในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย และความพยายามในการขับเคลื่อนความหลากหลายและความเท่าเทียมในที่ทำงานอย่างต่อเนื่องของบริษัท

บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย มุ่งหน้าเข้าสู่ปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี หลังสร้างสถิติยอดสินเชื่อสูงสุดและมูลค่าสินเชื่อรวมในพอร์ตสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2563 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป

บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ประกาศสถิติยอดสินเชื่อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยมูลค่า 16,770 ล้านบาทในปี 2563 ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย

มร. บียอร์น แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด เราได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนทั้งลูกค้าและผู้จำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นการพักชำระหนี้ การขยายระยะเวลาการให้สินเชื่อ ไปจนถึงการขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ ซึ่งเราได้ร่วมมือกับพันธมิตรผู้จำหน่ายของเราในการมอบการบริการระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม” 

การมอบประสบการณ์และผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าเป็นหัวใจหลักผ่านการนำเสนอนวัตกรรมทางการเงินดังต่อไปนี้

Freedom Choice โปรแกรมทางการเงินมีจำนวนสัญญาเช่าซื้อเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2562 

สำหรับรถยนต์มือสองและลูกค้าองค์กร บีเอ็มดับเบิลยูได้นำเสนอที่สุดแห่งความคุ้มค่า คุณภาพ และบริการ

บีเอ็มดับเบิลยูได้ลงทุนจำนวนมากในการวางระบบการทำงานใหม่เพื่อยกระดับขั้นตอนในการบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นำเสนอบริการเพิ่มเติมผ่าน LINE Official Account ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 600,000 คน ซึ่งสามารถให้บริการเพิ่มเติมและให้ความสำคัญกับลูกค้ารายปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น

ยกระดับการเข้าถึงผ่านช่องทางดิจิทัลด้วยการค้นหารถยนต์ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่สุด (Preference Finder) การสัมผัสรถบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 2 และ ซีรี่ส์ 3 แบบเสมือนจริงผ่านระบบ Augmented Reality และการร่วมนำเสนอบริการผ่านช่องทางออนไลน์ในงานมอเตอร์โชว์และมอเตอร์เอ็กซ์โป กับบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย  

“จากการนำเสนอนวัตกรรมเหล่านี้ เราจึงได้สร้างสถิติครั้งใหม่ด้วยยอดสินเชื่อรวมในพอร์ตสูงสุดถึง 50,500 ล้านบาท ซึ่งแม้จะปี 2563 จะเป็นปีที่ท้าทายมาก แต่ก็ยังเป็นปีที่เราประสบความสำเร็จมากเช่นกัน และในปี 2564 นี้ ยังมีการฉลองครบรอบ 20 ปีของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ซึ่งเราได้เตรียมข้อเสนอที่พิเศษสุด ๆ เพื่อฉลองการครบรอบครั้งนี้ไว้ให้ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูได้รอติดตามกัน” มร. แอนทอนส์สัน กล่าว

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังดำเนินโครงการแคร์ ฟอร์ วอเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสานต่อภารกิจในการมอบระบบกรองน้ำพร้อมถ่ายทอดวิธีดูแลรักษาระบบกรองน้ำและความรู้ในการบริหารจัดการน้ำสะอาด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ชาวบ้านในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยตั้งแต่ริเริ่มโครงการในปี 2558 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ส่งมอบระบบกรองน้ำให้แก่ 93 ชุมชนที่ขาดแคลนน้ำสะอาดใน 32 จังหวัดทั่วประเทศไทย ช่วยให้สมาชิกในชุมชนกว่า 691,800 คนสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้ในชีวิตประจำวัน

COMMENTS

ชื่อ

$type=slider,2,Audio Video,154,Audio Visual,167,automotive,201,beauty,2,Business,75,CSR,16,Economic,7,Electronics,47,Entertainment,80,FinTech,66,Food,57,Health & Beauty,61,Home Appliance,68,Interview,4,IT & DeepTech,421,Lifestyle,150,Marketing,65,Mobile Device,575,Motorbike,24,PR News,73,PropTech,48,Real Estate,156,Review,83,Sports,3,Telecom,100,Travel,4,
ltr
item
nexttopbrand: BMW Group Thailand ครองอันดับหนึ่งตลาดรถยนต์พรีเมียมในปี 2563
BMW Group Thailand ครองอันดับหนึ่งตลาดรถยนต์พรีเมียมในปี 2563
https://1.bp.blogspot.com/--5XHxjSUrfs/YBGGaunTOtI/AAAAAAACtbM/SweYsprld9YgNz1YNLH1kgUz05p9Cc7hACLcBGAsYHQ/s16000/BMW%2B2020%2B%25282%2529.jpg
https://1.bp.blogspot.com/--5XHxjSUrfs/YBGGaunTOtI/AAAAAAACtbM/SweYsprld9YgNz1YNLH1kgUz05p9Cc7hACLcBGAsYHQ/s72-c/BMW%2B2020%2B%25282%2529.jpg
nexttopbrand
https://www.nexttopbrand.com/2021/01/bmw-group-thailand-2563.html
https://www.nexttopbrand.com/
https://www.nexttopbrand.com/
https://www.nexttopbrand.com/2021/01/bmw-group-thailand-2563.html
true
673143005888157321
UTF-8
Loaded All Posts Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS PREMIUM CONTENT IS LOCKED STEP 1: Share. STEP 2: Click the link you shared to unlock Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy