Value Content$type=grid$count=9$meta=0$sn=0$rm=0$hide=post

DDproperty คาดตลาดอสังหาฯ ปี 65 มีแววฟื้น ลุ้นมาตรการรัฐ และการควบคุมการแพร่ระบาดช่วยหนุน


ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย สรุปภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564 ถือเป็นปีแห่งความท้าทายและผันผวนสูง หลังเผชิญวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงและส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งอุตสาหกรรม ทั้งผู้ผลิต ผู้พัฒนาอสังหาฯ แรงงานก่อสร้าง รวมทั้งผู้บริโภคที่แม้จะมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแต่ยังคงมีอุปสรรคจากสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบางและหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงินโดยตรง ต้องชะลอแผนการซื้อที่อยู่อาศัยออกไป ขณะที่เทรนด์ที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไปตามวิถีชีวิตแบบ New Normal ผู้บริโภคเลือกซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบและมองหาที่อยู่อาศัยในแถบชานเมืองมากขึ้น คาดตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2565 จะฟื้นตัวตามสภาพเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการจะเน้นระบายสต็อกคงค้างควบคู่กับการเปิดตัวโครงการใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อดึงดูดผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) และนักลงทุนที่มีกำลังซื้อพร้อม ผู้บริโภคยังมองมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นตัวช่วยสำคัญ และเป็นปัจจัยบวกช่วยกระตุ้นให้ตลาดอสังหาฯ กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง


นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า “ตัวแปรสำคัญของภาคธุรกิจในปีนี้ยังคงมาจากวิกฤติโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจหลักของประเทศอย่างทั่วหน้า รวมถึงภาคอสังหาฯ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยคาดการณ์ว่าปี 2564 จะเป็นปีที่มีแนวโน้มฟื้นตัวได้อีกครั้ง แต่สถานการณ์ที่ผันผวนยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ ทำให้ตลาดอสังหาฯ ปีนี้ไม่สามารถเติบโตได้ดีเท่าที่ควร ประกอบกับการแข่งขันสงครามราคาที่ดุเดือดของผู้พัฒนาอสังหาฯ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ทำให้เกิดการดูดซับกำลังซื้อจากผู้บริโภคไปแล้วพอสมควร เมื่อต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเงินจากการแพร่ระบาดฯ ที่ยืดเยื้อ จึงทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ชะลอการซื้อออกไปก่อน แม้ว่าปีนี้ภาครัฐจะออกมาตรการที่เอื้อต่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์มากขึ้น รวมถึงมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Loan-to-Value: LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่มาตรการดังกล่าวก็ยังไม่สามารถช่วยกระตุ้นการเติบโตในตลาดอสังหาฯ ได้มากนัก เนื่องจากผู้บริโภคยังคงไม่มั่นใจกับสถานการณ์โควิด-19 และไม่มีกำลังซื้อเพียงพอจากผลกระทบของการแพร่ระบาดฯ”

โควิด-19 สร้างความกังวล ฉุดคนไทยชะลอซื้อบ้าน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินและความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ส่งผลให้ต้องวางแผนการเงินอย่างรัดกุมในระยะยาว ผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด พบว่า เกือบ 3 ใน 4 ของผู้บริโภคชาวไทย (71%) ยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยแต่เลือกที่จะชะลอการซื้อออกไปก่อน โดย 39% วางแผนจะซื้อบ้านภายใน 1-2 ปี

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคเผยว่าอุปสรรคสำคัญที่มีผลต่อการซื้อที่อยู่อาศัยมาจากการขาดรายได้ในช่วงโควิด-19 ถึง 66% รองลงมาคือราคาที่อยู่อาศัย (63%) ตามมาด้วยความไม่แน่นอนทางการเมือง และธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อบ้านในสัดส่วนเท่ากัน (37%) สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาทางการเงินยังคงเป็นอุปสรรคอันดับต้น ๆ ของคนหาบ้าน

นอกจากนี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ (80%) มองว่ารัฐบาลยังไม่ค่อยมีส่วนช่วยที่จะทำให้คนในประเทศสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ โดยมาตรการเยียวยาภาคอสังหาฯ ที่ต้องการมากที่สุดจากภาครัฐ คือ การลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านทั้งบ้านใหม่และบ้านที่กำลังผ่อนอยู่ (57%) เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเองท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง

ถอดบทเรียน ‘โอกาส - ความท้าทาย’ ของอสังหาฯ ปี 64


ภาพรวมการเติบโตของภาคอสังหาฯ ที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร ส่งผลให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ ส่วนใหญ่ชะลอการเปิดโครงการใหม่ออกไปก่อน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม และหันมาเน้นระบายสต็อกคงค้างผ่านสงครามราคาเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในช่วงนี้แทน จึงทำให้ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในปี 2564 โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ในภาพรวมยังคงปรับตัวลดลงถึง 11% จากรอบปีก่อน นอกจากนี้ จำนวนอุปทานยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากอุปทานคงค้างในตลาดบวกกับอัตราการดูดซับที่ลดลง อย่างไรก็ดี แนวโน้มอุปทานที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบที่มีความต้องการในตลาดสูง โดยบ้านเดี่ยวมีจำนวนอุปทานเพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อนหน้า ทาวน์เฮ้าส์เพิ่มขึ้น 30% ส่วนคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 11%

นอกจากเทรนด์ที่อยู่อาศัยแนวราบจะได้รับความนิยมจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปแล้ว เทรนด์การพัฒนาที่อยู่อาศัยยังกระจายออกไปในทำเลนอกเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ (City Fringe) และแถบชานเมือง (Outskirts) มากขึ้น เนื่องจากเป็นทำเลที่สามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบในราคาที่เอื้อมได้ ประกอบกับปัจจัยบวกจากการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อการเดินทางสู่ใจกลางเมืองได้สะดวกขึ้น ข้อมูลจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 ถือเป็นสัญญาณบวกที่ทุกภาคส่วนเฝ้ารอ คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะฟื้นตัว โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและตลาดท่องเที่ยวในประเทศที่ทยอยฟื้นตัวตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมของภาครัฐ และการระดมฉีดวัคซีนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดแรงงานและกำลังซื้อของผู้บริโภคมีแนวโน้มปรับดีขึ้นตามไปด้วย

จับตาทิศทางอสังหาฯ ปี 65 รอเวลาฟื้นตามเศรษฐกิจ


“คาดว่าปี 2565 จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของตลาดอสังหาฯ ไทย โดยเริ่มเห็นสัญญาณบวกในช่วงท้ายปี 2564 แต่คาดว่าระดับราคาอสังหาฯ จะยังไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากนัก ควบคู่ไปกับการออกแคมเปญหรือโปรโมชั่น เพื่อดึงดูดกำลังซื้อจากผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) และนักลงทุนที่มีความพร้อมและหวังผลตอบแทนในระยะยาว ในขณะที่อุปทานยังไม่มีสัญญาณล้นตลาด (Oversupply) หรือเกิดภาวะฟองสบู่ ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา คือ ความคืบหน้าในการควบคุมการแพร่ระบาดฯ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอสังหาฯ จากภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางการเติบโตโดยตรง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงเปราะบางและมีความไม่แน่นอน ผู้ประกอบการและผู้บริโภคจึงควรติดตามสถานการณ์การระบาดฯ หลังเปิดประเทศ และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจ” นางกมลภัทร กล่าวเสริม

อ่านและศึกษาข้อมูลภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2565 ได้จากรายงาน DDproperty Thailand Property Market Outlook 2565

DDproperty Thailand Property Market Outlook 2565

 

สรุปภาพรวมตลาดอสังหาฯ ไทย ในรอบปี 2564

  • ผลพวงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อหลายภาคธุรกิจหลักของประเทศ หลายบริษัทต้องประกาศลดจำนวนพนักงาน ลดเงินเดือน หรือถึงขั้นปิดกิจการ ถือเป็นวิกฤติครั้งใหญ่และยาวนานที่ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ระมัดระวังในการใช้เงิน และลดการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยต่าง ๆ รวมถึงที่อยู่อาศัย
  • มาตรการภาครัฐที่เอื้อต่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่น การลดค่าโอนกรรมสิทธิ์-ค่าจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Loan-to-Value: LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ในช่วงเดือนตุลาคม 2564 ให้กู้ซื้อบ้านได้ 100% ยังไม่ช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์มากนัก เนื่องจากผู้บริโภคยังคงไม่มีกำลังซื้อ และยังรู้สึกไม่มั่นใจกับสถานการณ์โรคระบาดและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจว่าจะเป็นไปในทิศทางใดนั่นเองจากการชะลอตัวของภาคอสังหาฯ ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอการเปิดโครงการใหม่ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม แต่เน้นระบายสต็อกคงค้าง โดยใช้โปรโมชันและแคมเปญต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของผู้ซื้อ ทำให้ดัชนีราคาที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ในภาพรวมยังคงปรับตัวลดลงอย่างมากจากรอบปีก่อน
  • เศรษฐกิจไทยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP เติบโตอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นระยะเวลายาวนาน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่จากการประเมินของคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. คาดว่า เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว

 

ทำเลที่มีแนวโน้มราคาเติบโต กระจายสู่พื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ มากขึ้น เนื่องจากโครงการแนวราบในราคาที่คนส่วนใหญ่เอื้อมถึงได้จะอยู่ในทำเลดังกล่าว ประกอบกับผลจากการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าที่ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมือง หรือเชื่อมต่อใจกลางเมืองสะดวกและรวดเร็วขึ้นนางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ กล่าว

 

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2565

 

แนวโน้มราคาที่อยู่อาศัย (Pricing)

  • ราคาอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2562 ส่วนหนึ่งมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ผลจากมาตรการ LTV ที่ทำให้ผู้ซื้อบ้านต้องวางเงินดาวน์มากขึ้น และปัจจัยสำคัญอย่างการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมไม่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้
  • จากรายงาน DDproperty Thailand Property Market Index พบว่า ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2563 (Q4 2563) ซึ่งอยู่ที่ 197 จุด ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ 190 จุด, 183 จุด และ 178 จุด (Q1 2564, Q2 2564 และ Q3 2564 ตามลำดับ) โดยดัชนีราคาลดลงถึง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • แม้ว่าดัชนีราคาโดยรวมจะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่หากแยกตามประเภทที่อยู่อาศัยจะพบว่า โครงการแนวราบมีแนวโน้มดัชนีราคาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 13% จากช่วง Q3 2562 (ช่วงก่อนที่จะมีการระบาด) สวนทางกับดัชนีราคาคอนโดที่ปรับลดลงต่อเนื่อง โดยลดลง 11% จากปีก่อนหน้า และลดลงถึง 16% จากช่วงก่อนที่จะมีการระบาด

 

ทำเลที่ราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นสูงสุด

  • ทำเลในกรุงเทพฯ ที่ราคาที่อยู่อาศัยเติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี 5 อันดับแรก ได้แก่ 
    • แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา เพิ่มขึ้น 83% 
    • แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง เพิ่มขึ้น 80% 
    • แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย เพิ่มขึ้น 57% 
    • แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน เพิ่มขึ้น 32%
    • แขวงบางพลัด เขตบางพลัด เพิ่มขึ้น 30%

 

  • หากโฟกัสไปที่ประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า 5 ทำเลในกรุงเทพฯ ที่มีราคาคอนโดมิเนียมเติบโตมากที่สุดในรอบปี คือ 
    • แขวงคลองถนน เขตสายไหม เพิ่มขึ้น 58% 
    • แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง เพิ่มขึ้น 43% 
    • แขวงดอกไม้ เขตประเวศ เพิ่มขึ้น 22% 
    • แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ เพิ่มขึ้น 19%
    • แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน เพิ่มขึ้น 14%

 

  • ส่วน 5 ทำเลในกรุงเทพฯ ที่มีราคาบ้านเดี่ยวเติบโตมากที่สุดในรอบปี คือ 
    • แขวงคลองสาน เขตคลองสาน เพิ่มขึ้น 169%
    • แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง เพิ่มขึ้น 141%
    • แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร เพิ่มขึ้น 62%
    • แขวงบางพลัด เขตบางพลัด เพิ่มขึ้น 40% 
    • แขวงลาดยาว เขตจตุจักร เพิ่มขึ้น 34%

 

  • สำหรับ 5 ทำเลในกรุงเทพฯ ที่มีราคาทาวน์เฮ้าส์เติบโตมากที่สุดในรอบปี คือ 
    • แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน เพิ่มขึ้น 292%
    • แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน เพิ่มขึ้น 134%
    • แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา เพิ่มขึ้น 78%
    • แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี เพิ่มขึ้น 45% 
    • แขวงคลองสาน เขตคลองสาน เพิ่มขึ้น 37%

 

หากพิจารณาทุก ๆ รูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีระดับราคาเพิ่มขึ้นจะพบว่า ส่วนใหญ่กระจายตัวออกไปอยู่พื้นที่นอกเขต CBD (City Fringe) และพื้นที่ชานเมือง (Outskirts) มากขึ้นนางกมลภัทร กล่าว

 

แนวโน้มด้านอุปทาน (Supply)

  • ดัชนีอุปทานหรือจำนวนที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้ว่าผู้ประกอบการจะชะลอเปิดตัวโครงการใหม่ และผู้บริโภคที่มีสินค้าอยู่ในมือชะลอการขายออกไป แต่สินค้าคงค้างในตลาดยังเหลืออีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม
  • โดยตั้งแต่ Q1 2564 เป็นต้นมา ดัชนีอุปทานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 399 จุด มาอยู่ที่ 428 จุด ใน Q2 2564 และ 458 จุด ใน Q3 2564 หรือเพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นถึง 25% จากช่วงก่อนที่จะมีการระบาด สะท้อนให้เห็นถึงอัตราดูดซับในตลาดที่ยังคงมีไม่มากนัก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นระยะเวลานาน ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อออกไปก่อน หรือใช้เวลาในการตัดสินใจนานขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รวมถึงนักลงทุนและผู้ซื้อชาวต่างชาติที่หายไปจากตลาด

 

  • โดย 5 ทำเลในกรุงเทพฯ ที่จำนวนที่อยู่อาศัยเติบโตเพิ่มมากขึ้นที่สุดในรอบปี ได้แก่ 
    • แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง เพิ่มขึ้น 161%
    • แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา เพิ่มขึ้น 121%
    • แขวงหนองจอก เขตหนองจอก เพิ่มขึ้น 108%
    • แขวงออเงิน เขตสายไหม เพิ่มขึ้น 98% 
    • แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร เพิ่มขึ้น 87% 

 

  • หากแยกเป็นประเภทอสังหาริมทรัพย์ พบว่า 
    • ทำเลที่มีจำนวนคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี คือ แขวงคลองถนน เขตสายไหม เพิ่มขึ้น 323% 
    • บ้านเดี่ยว คือ แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง เพิ่มขึ้น 295% และ
    • ทาวน์เฮ้าส์ คือ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา เพิ่มขึ้น 162%


  • หากแบ่งตามระดับราคาที่อยู่อาศัย จะพบว่า ระดับราคาที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี คือ 
    • ระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 78% 
    • รองลงมาคือ ระดับราคา 1-3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% 
    • ส่วนระดับราคา 5-10 ล้านบาท และ 10-15 ล้านบาท ลดลง 1% เท่ากัน

สะท้อนให้เห็นว่าสินค้ากลุ่มตลาดล่าง-กลาง (ราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท - 3 ล้านบาท) ยังคงเหลือในตลาดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบอย่างมากจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวจึงยังคงชะลอการซื้อออกไปก่อน ส่วนระดับราคา 5-15 ล้านบาท ซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บนยังคงได้รับการตอบรับที่ดี จำนวนอุปทานจึงลดลงนางกมลภัทร กล่าว

 

คอนโดมิเนียมยังคงมีสัดส่วนมากที่สุดอยู่ที่ 86% ของอุปทานที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ทั้งหมด ส่วนบ้านเดี่ยวอยู่ที่ 8% และทาวน์เฮ้าส์อยู่ที่ 6% 

  • โดยคอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 5-10 ล้านบาท (27%) รองลงมา คือ ระดับราคา 1-3 ล้านบาท (25%) 
  • บ้านเดี่ยว ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคามากกว่า 15 ล้านบาท (41%) รองลงมา คือ ระดับราคา 5-10 ล้านบาท (28%) 
  • ทาวน์เฮ้าส์ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 1-3 ล้านบาท (36%) รองลงมา คือ ระดับราคา 3-5 ล้านบาท (28%) 

แม้ว่าช่วงปี 2564 จำนวนอุปทานจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากอุปทานคงค้างที่อยู่ในตลาด แต่แนวโน้มอุปทานที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าแนวราบ โดยบ้านเดี่ยว เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อนหน้า และทาวน์เฮ้าส์ เพิ่มขึ้น 30% ส่วนคอนโดมิเนียม เพิ่มขึ้น 11% คาดว่าปี 2565 นอกจากผู้ประกอบการจะเน้นการระบายสต็อกคงค้างในพื้นที่ใจกลางเมืองแล้ว โครงการใหม่ ๆ จะเริ่มเข้ามาสู่ตลาดมากขึ้น หลังจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวตามสภาพเศรษฐกิจนางกมลภัทร กล่าว

 

3 จังหวัดปริมณฑลแนวรถไฟฟ้า ราคาเพิ่มขึ้น

ราคาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดปริมณฑลที่มีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายพาดผ่านมีแนวโน้มเติบโต

 

ปทุมธานี

  • ทำเลที่มีราคาที่อยู่อาศัยเติบโตเพิ่มขึ้นในรอบปี อยู่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย คูคต-วงแหวนรอบนอก ได้แก่ ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 50% และตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 19%
  • หากโฟกัสไปที่ประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า บ้านเดี่ยวมีดัชนีราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี (+5%) โดยเฉพาะในตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว (+222%)
  • ทางด้านจำนวนอุปทาน พบว่า ส่วนใหญ่มีจำนวนอุปทานเพิ่มขึ้น ได้แก่ ตำบลลำลูกกา อำเภอลำลูกกา เพิ่มขึ้น 65% จากปีก่อน ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา (+20%) และตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง (+36%) 
    • โดยคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่อยู่ในตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหนึ่ง (+18%) 
    • บ้านเดี่ยว ส่วนใหญ่อยู่ในตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา (+41%) 
    • ส่วนทาวน์เฮ้าส์ ส่วนใหญ่อยู่ในตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง (+5%)

 นนทบุรี

  • ทำเลที่มีราคาที่อยู่อาศัยเติบโตเพิ่มขึ้นในรอบปีอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ ได้แก่ ตำบลบางรักน้อย อำเภอเมืองนนทบุรี เพิ่มขึ้น 17% และตำบลบางใหญ่ อำเภอบางใหญ่ เพิ่มขึ้น 9%
  • หากโฟกัสไปที่ประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า ทาวน์เฮ้าส์มีดัชนีราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี (+4%) โดยเฉพาะในตำบลบางใหญ่ อำเภอบางใหญ่ (+21%)
  • ทางด้านจำนวนอุปทาน พบว่า ส่วนใหญ่มีจำนวนอุปทานเพิ่มขึ้น ได้แก่ ตำบลบางคูรัด อำเภอบางบัวทอง เพิ่มขึ้น 84% จากปีก่อน ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง (+60%) และตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ (+59%) 
    • โดยคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่อยู่ในตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี (+21%) 
    • บ้านเดี่ยว ส่วนใหญ่อยู่ในตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ (+12%) 
    • ส่วนทาวน์เฮ้าส์ ส่วนใหญ่อยู่ในตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง (+35%)

 สมุทรปราการ

  • ทำเลที่มีราคาที่อยู่อาศัยเติบโตเพิ่มขึ้นในรอบปี อยู่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว สำโรง-เคหะฯ ได้แก่ ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ และตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เพิ่มขึ้น 12% ซึ่งได้อานิสงส์จากรถไฟฟ้าสายสีเขียว รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ที่จะเปิดในปี 2565 
  • หากโฟกัสไปที่ประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า ทาวน์เฮ้าส์มีดัชนีราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี (+7%) โดยเฉพาะในตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ (+36%)
  • ทางด้านจำนวนอุปทาน พบว่า ส่วนใหญ่มีจำนวนอุปทานเพิ่มขึ้น ได้แก่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เพิ่มขึ้น 32% จากปีก่อน ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ (+24%) และตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ (+19%) 
    • โดยคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่อยู่ในตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ (+33%) 
    • บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ส่วนใหญ่อยู่ในตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี (+28% และ +45% ตามลำดับ)

ราคาที่อยู่อาศัยใน 3 จังหวัดข้างต้น ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 1-3 ล้านบาท โดยบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 5-10 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮ้าส์ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 1-3 ล้านบาท ทำให้คอนโดมิเนียมอาจขายได้ยากขึ้น เนื่องจากราคาใกล้เคียงกับทาวน์เฮ้าส์นางกมลภัทร กล่าว


คนไทยส่วนใหญ่ชะลอการซื้อบ้าน

  • สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเดินทาง การทำงานหรือแม้กระทั่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย จากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทย 71% ยังสนใจที่จะซื้อบ้านอยู่ แต่ชะลอการซื้อออกไปก่อน โดย 39% วางแผนจะซื้อบ้านภายใน 1-2 ปี อุปสรรคหลักที่มีผลต่อการซื้อบ้าน โดยส่วนใหญ่ถึง 66% ขาดรายได้ในช่วงโควิด-19 รองลงมาคือราคาที่อยู่อาศัย (63%) และความไม่แน่นอนทางการเมือง (37%)
  • โดย 80% ของผู้บริโภค มองว่า รัฐบาลยังไม่ค่อยมีส่วนช่วยที่จะทำให้คนในประเทศสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ โดยมาตรการจากรัฐที่ต้องการมากที่สุด คือ การลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านทั้งเก่าและใหม่ 57% 
  • หากแบ่งเป็นช่วงอายุจะพบว่า กลุ่มมิลเลนเนียลมากกว่าครึ่ง (58%) ยังไม่มีแผนจะย้ายออกในช่วง 1 ปีข้างหน้านี้ ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้คนวัยนี้ไม่ย้ายออกจากบ้านพ่อแม่นั้น พบว่า 49% ต้องการอยู่กับครอบครัวและคอยดูแลพ่อแม่ 43% ยังไม่มีเงินเพียงพอในการหาที่อยู่อาศัยใหม่ และ 22% ตั้งใจที่จะรับช่วงต่อบ้านจากพ่อแม่อยู่แล้ว
  • ในขณะที่แผนการใช้จ่ายของกลุ่มมิลเลนเนียล 61% ให้ความสนใจไปที่การบริหารจัดการเงินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดผ่านการสร้างกองทุนฉุกเฉิน 60% นำเงินไปใช้จ่ายภายในครอบครัว และ 54% เลือกเก็บเงินไว้ชำระหนี้ที่ค้างอยู่
  • ทั้งนี้ 93% ของผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยแบบยั่งยืน โดยสนใจบ้านที่มีฟังก์ชันรักษ์โลก อาทิ หลังคาโซลาร์เซลล์ (62%) ระบบระบายความร้อน (58%) และฟังก์ชันดูดซับมลพิษ (48%)

 

ภาพรวมเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจไทยในปี 2564 ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดและการเปิดประเทศ รวมทั้งการเร่งกระจายวัคซีน แต่แนวโน้มการฟื้นตัวยังเปราะบางและมีความไม่แน่นอน

 

สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2565 คาดว่า จะขยายตัว 3.7% จากการใช้จ่ายในประเทศที่ทยอยปรับตัวดีขึ้นตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด และตลาดท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังคงเปราะบางและมีความไม่แน่นอน โดยยังต้องติดตามพัฒนาการของการระบาดหลังการเปิดประเทศ และความต่อเนื่องของแรงสนับสนุนจากภาครัฐ

 

สรุป

  • ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2565 คาดว่าจะเป็นปีแห่งการฟื้นตัว โดยเริ่มเห็นสัญญาณบวกในช่วงท้ายปี 2564 จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด การกระจายวัคซีนที่ดีขึ้น และสภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัว
  • คาดว่าจะมีจำนวนอุปทานใหม่ ๆ เข้ามาสู่ตลาดมากขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2565 ทั้งจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และผู้บริโภคที่มีสินค้าอยู่ในมือ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ โดยมีปัจจัยบวกคือ การผ่อนคลายมาตรการ LTV และการเปิดประเทศที่นำกำลังซื้อต่างชาติเข้ามาอีกครั้ง โดยระดับราคายังคงมีแนวโน้มทรงตัวจากปี 2564 ควบคู่ไปกับแคมเปญลด แลก แจก แถม และโปรโมชันต่าง ๆ ที่ยังคงมีอยู่ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
  • เทรนด์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบรับกับพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในช่วงโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมต่าง ๆ มาใช้ในโครงการเพื่อลดการสัมผัส รวมถึงการดำเนินธุรกิจอื่นควบคู่กับการพัฒนาที่อยู่อาศัย เช่น โรงพยาบาล โรงแรม หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ เพื่อสร้างรายได้ในระยะยาว
  • ทำเลที่น่าสนใจในปัจจุบันกระจายตัวออกไปสู่พื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ มากขึ้น โดยเฉพาะทำเลที่มีรถไฟฟ้าพาดผ่าน ซึ่งหลายสายจะเปิดให้บริการในปี 2565 ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง และรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี จะช่วยให้อสังหาริมทรัพย์ในทำเลต่าง ๆ เหล่านี้ มีแนวโน้มเติบโตยิ่งขึ้น
  • อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายอีกมากมายที่ต้องเผชิญ อาทิ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย ภาวะหนี้ครัวเรือน ความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่วนปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือ นโยบายภาครัฐที่จะช่วยกระตุ้นให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็วขึ้น เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีความสำคัญและมีธุรกิจเกี่ยวเนื่อง คิดเป็นกว่า 9.8% ของ GDP และการจ้างงานรวมกว่า 2.8 ล้านคน

 ควรรู้ก่อนซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ในปี 2565

 ควรรู้ก่อนซื้อ

  • ราคาอสังหาฯ ยังไม่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยเร็ว โดยเฉพาะในช่วงต้นปี 2565 จึงเป็นตลาดของผู้ซื้อที่มีความพร้อม และการผ่อนคลายมาตรการ LTV ยังเอื้อต่อกลุ่มผู้ซื้อและนักลงทุน 
  • ที่อยู่อาศัยแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ มีแนวโน้มที่ราคาจะปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการอยู่อาศัยของผู้บริโภคที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น และความคืบหน้าของเส้นทางรถไฟฟ้าครอบคลุมพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ และชานเมืองยังส่งผลต่อการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาอสังหาฯ

 ควรรู้ก่อนขาย

  • เนื่องจากยังคงมีจำนวนที่อยู่อาศัยคงค้างอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก ผู้ขายที่มีอสังหาฯ อยู่ในมือ อาจชะลอการนำสินค้าออกมาขาย เพื่อรอช่วงเวลาที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
  • ทำเลที่มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่กระจายตัวออกสู่พื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ มากขึ้น โดยเฉพาะโครงการแนวราบ ซึ่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต

 ปัจจัยที่ต้องจับตา

  • หากการกระจายวัคซีนทำได้อย่างทั่วถึง รวมถึงและการพัฒนายารักษาโควิด-19 สำเร็จ จะช่วยให้การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว ภาวะเศรษฐกิจและทั่วโลกจะกลับมาฟื้นตัวเร็วขึ้น ส่งผลต่อกำลังซื้อในฝั่งอสังหาฯ ให้มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้มากขึ้น
  • มาตรการรัฐคืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้อสังหาฯ ฟื้นตัวเร็วขึ้น อาทิ การลดค่าโอนฯ-จดจำนอง ในทุกระดับราคา และบ้านมือสอง

COMMENTS

ชื่อ

$type=slider,2,Audio Video,167,Audio Visual,180,automotive,219,beauty,2,Business,75,CSR,16,Economic,7,Electronics,52,Entertainment,85,FinTech,72,Food,63,Health & Beauty,64,Home Appliance,74,Interview,4,IT & DeepTech,451,Lifestyle,166,Marketing,76,Mobile Device,638,Motorbike,26,PR News,80,PropTech,48,Real Estate,174,Review,86,Sports,3,Telecom,120,Travel,4,
ltr
item
nexttopbrand: DDproperty คาดตลาดอสังหาฯ ปี 65 มีแววฟื้น ลุ้นมาตรการรัฐ และการควบคุมการแพร่ระบาดช่วยหนุน
DDproperty คาดตลาดอสังหาฯ ปี 65 มีแววฟื้น ลุ้นมาตรการรัฐ และการควบคุมการแพร่ระบาดช่วยหนุน
https://blogger.googleusercontent.com/img/a/AVvXsEjY65wn1pOC18BebVR8MpGmYY0_t2X_6cniUD1DmO6TiKBNqnrkzTLhXYLmiaoF8pEdiUnz2xbpcbGr98dI9JuGaVloVAf-R_qmNRwVt4OkGBUbpXtURHWVWJxkQ8BTIvyS3Qy01hmWjpofA-EsuFJ-TcL2o3r1ylaCDTowD_DGcSGGfamW8qZPY6IpaQ=s16000
https://blogger.googleusercontent.com/img/a/AVvXsEjY65wn1pOC18BebVR8MpGmYY0_t2X_6cniUD1DmO6TiKBNqnrkzTLhXYLmiaoF8pEdiUnz2xbpcbGr98dI9JuGaVloVAf-R_qmNRwVt4OkGBUbpXtURHWVWJxkQ8BTIvyS3Qy01hmWjpofA-EsuFJ-TcL2o3r1ylaCDTowD_DGcSGGfamW8qZPY6IpaQ=s72-c
nexttopbrand
https://www.nexttopbrand.com/2021/12/ddproperty-thailand-forecast-2022.html
https://www.nexttopbrand.com/
https://www.nexttopbrand.com/
https://www.nexttopbrand.com/2021/12/ddproperty-thailand-forecast-2022.html
true
673143005888157321
UTF-8
Loaded All Posts Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS PREMIUM CONTENT IS LOCKED STEP 1: Share. STEP 2: Click the link you shared to unlock Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy