จัดแสดงอุปกรณ์และประสบการณ์ AI เจเนอเรชันใหม่ ในโซนนิทรรศการพิเศษของซัมซุง พร้อมเปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 7 มกราคมนี้
ซัมซุง เปิดตัววิสัยทัศน์ “Companion to AI Living” ในงาน The First Look อีเวนต์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีของซัมซุง ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน CES® 2026 ณ ห้อง Latour Ballroom โรงแรม Wynn Las Vegas ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื้อหาหลักของวิสัยทัศน์ครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ AI ในฐานะหัวใจสำคัญของซัมซุง ที่เชื่อมทุกกระบวนการเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การดำเนินงานขององค์กร ไปจนถึงประสบการณ์การใช้งานจริงของผู้ใช้ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ทำงานร่วมกันอย่างครบวงจร
%20%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87.JPG)
ทีเอ็ม โรห์ Vice Chairman, CEO และหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ Device eXperience (DX) ของซัมซุง กล่าวเปิดงาน The First Look ด้วยการถ่ายทอดปรัชญา AI ของบริษัท โดยเผยว่าอีโคซิสเต็มอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันอย่างกว้างขวางและขับเคลื่อนด้วย AI คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ซัมซุงสามารถมอบประสบการณ์ “AI Companion” หรือ “AI คู่คิด” ได้อย่างแท้จริง เมื่อแนวคิดดังกล่าวผสานเข้ากับความร่วมมือและนวัตกรรมบนอุปกรณ์และประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะช่วยยกระดับยุค AI จากการใช้งานเทคโนโลยีระดับพื้นฐาน สู่ประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น โดยซัมซุงกำลังสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวและปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ครอบคลุมตั้งแต่มือถือ จอภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ไปจนถึงบริการต่าง ๆ ผ่านอีโคซิสเต็มระดับโลกที่ผสานพลังของ AI เข้าไว้ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อมอบประสบการณ์ AI ในชีวิตประจำวัน ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง
%20%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87.JPG)
หัวใจของไลน์อัปจอภาพครั้งนี้คือทีวี Micro RGB ขนาด 130 นิ้ว ที่ยกระดับทั้งขนาดและคุณภาพภาพอย่างก้าวกระโดด เปิดมิติใหม่ของการแสดงผลสีด้วยช่วงสีที่กว้างและรายละเอียดคมชัดที่สุดเท่าที่เคยมีมาในทีวีของซัมซุง ผสานดีไซน์ Timeless Frame ที่ช่วยลดสิ่งรบกวนสายตา ให้ภาพโดดเด่นเป็นศูนย์กลางอย่างเรียบหรู โดยคุณภาพภาพระดับใหม่นี้มาจากแหล่งกำเนิดแสง RGB ขนาดไมโครที่ไดโอดสีแดง เขียว และน้ำเงินแต่ละจุดส่องแสงได้อย่างอิสระ ให้สีสันที่บริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ ทำงานร่วมกับ Micro RGB AI Engine Pro ที่ควบคุมสีได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ภาพในทุกฉากสด คมชัด และสมจริงยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์ด้วย Vision AI Companion (VAC) 1 ที่นำ AI มาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยด้านความบันเทิง คอยแนะนำและดูแลผู้ใช้ในทุกพื้นที่ของบ้าน ตั้งแต่สิ่งที่ควรดู ควรรับประทาน ไปจนถึงการเลือกเพลงให้เหมาะกับช่วงเวลา ช่วยขยายบทบาทของทีวีให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันมากกว่าการรับชมแบบเดิม
พร้อมทั้งพัฒนาโหมดอัจฉริยะที่ปรับประสบการณ์การรับชมให้เข้ากับผู้ใช้แต่ละคน โดย AI Soccer Mode Pro ช่วยยกระดับการดูฟุตบอลด้วยการปรับภาพและเสียงให้สมจริง ขณะที่ AI Sound Controller Pro เปิดให้ปรับระดับเสียงเชียร์ เสียงพากย์ หรือดนตรีได้ตามสไตล์การฟัง ฟีเจอร์ทั้งหมดใช้งานผ่านการสั่งงานด้วยเสียงบนทีวีที่มาพร้อม Vision AI Companion (VAC) ครอบคลุมตั้งแต่ Micro LED, Micro RGB, OLED, Neo QLED, Mini LED และ UHD TV ซึ่งสามารถเข้าใจและตอบสนองคำสั่งตามบริบทได้โดยอัตโนมัติ นอกเหนือจากความบันเทิง VAC ยังช่วยเสริมไลฟ์สไตล์ด้วยการค้นหาสูตรอาหารจากหน้าจอทีวีและส่งต่อคำแนะนำไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในบ้าน เช่น The Movingstyle และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานแบบหลายอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างไร้รอยต่อ
พร้อมทั้งพัฒนาโหมดอัจฉริยะที่ปรับประสบการณ์การรับชมให้เข้ากับผู้ใช้แต่ละคน โดย AI Soccer Mode Pro ช่วยยกระดับการดูฟุตบอลด้วยการปรับภาพและเสียงให้สมจริง ขณะที่ AI Sound Controller Pro เปิดให้ปรับระดับเสียงเชียร์ เสียงพากย์ หรือดนตรีได้ตามสไตล์การฟัง ฟีเจอร์ทั้งหมดใช้งานผ่านการสั่งงานด้วยเสียงบนทีวีที่มาพร้อม Vision AI Companion (VAC) ครอบคลุมตั้งแต่ Micro LED, Micro RGB, OLED, Neo QLED, Mini LED และ UHD TV ซึ่งสามารถเข้าใจและตอบสนองคำสั่งตามบริบทได้โดยอัตโนมัติ นอกเหนือจากความบันเทิง VAC ยังช่วยเสริมไลฟ์สไตล์ด้วยการค้นหาสูตรอาหารจากหน้าจอทีวีและส่งต่อคำแนะนำไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในบ้าน เช่น The Movingstyle และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานแบบหลายอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างไร้รอยต่อ
ซัมซุงยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการที่ออกแบบให้กลมกลืนกับพื้นที่อยู่อาศัยและสไตล์ผู้ใช้ โดยทีวี OLED S95H มาพร้อมกรอบหน้าจอที่ประณีตเรียบหรูเสมือนงานศิลป์ ขณะที่โปรเจกเตอร์พกพา The Freestyle+ ซึ่งขับเคลื่อนด้วย Vision AI Companion (VAC) สามารถฉายภาพได้ทั้งผนัง เพดาน และพื้นผิวไม่เรียบ เช่น มุมห้องหรือผ้าม่าน ตอบโจทย์การรับชมในทุกพื้นที่ของบ้าน พร้อมกันนี้ ทีวีไลน์อัปปี 20262 ยังรองรับ HDR10+ ADVANCED ที่ยกระดับคุณภาพภาพในทุกมิติ ตั้งแต่ความสว่าง การปรับภาพตามประเภทคอนเทนต์ ความลื่นไหลของภาพเคลื่อนไหว การจัดการโทนสีเฉพาะจุด ไปจนถึงประสบการณ์การเล่นเกม และเมื่อการรองรับ HDR10+ จากผู้ให้บริการ OTT เพิ่มขึ้น ซัมซุงจึงเป็นรายแรกที่นำ HDR10+ ADVANCED มาใช้กับทีวีรุ่นปี 2026 ควบคู่กับการเปิดตัว Eclipsa Audio ระบบเสียงเชิงพื้นที่รุ่นใหม่ที่ถูกนำมาใช้กับทีวีทุกรุ่นในไลน์อัปเดียวกัน
นอกจากนี้ ซัมซุงยังเปิดตัวไลน์อัปจอมอนิเตอร์เกมมิ่ง Odyssey ที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา ถึง 5 รุ่นใหม่ ที่ยกระดับขีดจำกัดทั้งด้านความละเอียด อัตรารีเฟรช และประสบการณ์ภาพที่สมจริง นำโดย Odyssey G9 รุ่น 6K 3D รุ่นแรกของซัมซุง รวมถึง Odyssey G6 เจเนอเรชันใหม่ และ Odyssey G8 รุ่นใหม่อีก 3 รุ่น ซึ่งนำเสนอเทคโนโลยีจอภาพระดับโลกสำหรับทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์
หัวใจสำคัญของนวัตกรรมจอภาพทั้งหมดนี้ คือ Tizen OS ซึ่งผู้ใช้จะได้รับการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ Tizen OS ต่อเนื่องยาวนานถึง 7 ปี เพื่อให้ทีวีสามารถพัฒนาและมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
%20%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87.JPG)
ทีเอ็ม โรห์ Vice Chairman, CEO และหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ Device eXperience (DX) ของซัมซุง กล่าวเปิดงาน The First Look ด้วยการถ่ายทอดปรัชญา AI ของบริษัท โดยเผยว่าอีโคซิสเต็มอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันอย่างกว้างขวางและขับเคลื่อนด้วย AI คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ซัมซุงสามารถมอบประสบการณ์ “AI Companion” หรือ “AI คู่คิด” ได้อย่างแท้จริง เมื่อแนวคิดดังกล่าวผสานเข้ากับความร่วมมือและนวัตกรรมบนอุปกรณ์และประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะช่วยยกระดับยุค AI จากการใช้งานเทคโนโลยีระดับพื้นฐาน สู่ประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น โดยซัมซุงกำลังสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวและปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ครอบคลุมตั้งแต่มือถือ จอภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ไปจนถึงบริการต่าง ๆ ผ่านอีโคซิสเต็มระดับโลกที่ผสานพลังของ AI เข้าไว้ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อมอบประสบการณ์ AI ในชีวิตประจำวัน ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง
Entertainment Companion: ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงให้มากกว่าการรับชม
ซอกอู ยง ประธานและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจจอภาพ (Visual Display - VD) ของซัมซุง และ สุคมณี โมห์ตา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและพันธมิตรกลุ่มธุรกิจ VD ของซัมซุง อเมริกา ขึ้นเวทีร่วมกันเพื่อถ่ายทอดแนวคิดเทคโนโลยีจอภาพของซัมซุง ที่ผสานความแข็งแกร่งด้านฮาร์ดแวร์เข้ากับความฉลาดด้านภาพได้อย่างลงตัว เพื่อยกระดับทีวีให้เป็นมากกว่าอุปกรณ์รับชม แต่เป็นผู้ช่วยด้านความบันเทิงที่อยู่เคียงข้างผู้ใช้ ด้วยประสบการณ์ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมทีวีกว่า 20 ปี ซัมซุงได้พัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ AI TV ที่ครอบคลุมทุกรุ่น มอบรูปแบบการใช้งานและการโต้ตอบกับทีวีในมิติใหม่ ที่เข้าใจและตอบสนองผู้ใช้ได้มากกว่าที่เคยหัวใจของไลน์อัปจอภาพครั้งนี้คือทีวี Micro RGB ขนาด 130 นิ้ว ที่ยกระดับทั้งขนาดและคุณภาพภาพอย่างก้าวกระโดด เปิดมิติใหม่ของการแสดงผลสีด้วยช่วงสีที่กว้างและรายละเอียดคมชัดที่สุดเท่าที่เคยมีมาในทีวีของซัมซุง ผสานดีไซน์ Timeless Frame ที่ช่วยลดสิ่งรบกวนสายตา ให้ภาพโดดเด่นเป็นศูนย์กลางอย่างเรียบหรู โดยคุณภาพภาพระดับใหม่นี้มาจากแหล่งกำเนิดแสง RGB ขนาดไมโครที่ไดโอดสีแดง เขียว และน้ำเงินแต่ละจุดส่องแสงได้อย่างอิสระ ให้สีสันที่บริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ ทำงานร่วมกับ Micro RGB AI Engine Pro ที่ควบคุมสีได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ภาพในทุกฉากสด คมชัด และสมจริงยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์ด้วย Vision AI Companion (VAC) 1 ที่นำ AI มาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยด้านความบันเทิง คอยแนะนำและดูแลผู้ใช้ในทุกพื้นที่ของบ้าน ตั้งแต่สิ่งที่ควรดู ควรรับประทาน ไปจนถึงการเลือกเพลงให้เหมาะกับช่วงเวลา ช่วยขยายบทบาทของทีวีให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันมากกว่าการรับชมแบบเดิม
พร้อมทั้งพัฒนาโหมดอัจฉริยะที่ปรับประสบการณ์การรับชมให้เข้ากับผู้ใช้แต่ละคน โดย AI Soccer Mode Pro ช่วยยกระดับการดูฟุตบอลด้วยการปรับภาพและเสียงให้สมจริง ขณะที่ AI Sound Controller Pro เปิดให้ปรับระดับเสียงเชียร์ เสียงพากย์ หรือดนตรีได้ตามสไตล์การฟัง ฟีเจอร์ทั้งหมดใช้งานผ่านการสั่งงานด้วยเสียงบนทีวีที่มาพร้อม Vision AI Companion (VAC) ครอบคลุมตั้งแต่ Micro LED, Micro RGB, OLED, Neo QLED, Mini LED และ UHD TV ซึ่งสามารถเข้าใจและตอบสนองคำสั่งตามบริบทได้โดยอัตโนมัติ นอกเหนือจากความบันเทิง VAC ยังช่วยเสริมไลฟ์สไตล์ด้วยการค้นหาสูตรอาหารจากหน้าจอทีวีและส่งต่อคำแนะนำไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในบ้าน เช่น The Movingstyle และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานแบบหลายอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างไร้รอยต่อ
พร้อมทั้งพัฒนาโหมดอัจฉริยะที่ปรับประสบการณ์การรับชมให้เข้ากับผู้ใช้แต่ละคน โดย AI Soccer Mode Pro ช่วยยกระดับการดูฟุตบอลด้วยการปรับภาพและเสียงให้สมจริง ขณะที่ AI Sound Controller Pro เปิดให้ปรับระดับเสียงเชียร์ เสียงพากย์ หรือดนตรีได้ตามสไตล์การฟัง ฟีเจอร์ทั้งหมดใช้งานผ่านการสั่งงานด้วยเสียงบนทีวีที่มาพร้อม Vision AI Companion (VAC) ครอบคลุมตั้งแต่ Micro LED, Micro RGB, OLED, Neo QLED, Mini LED และ UHD TV ซึ่งสามารถเข้าใจและตอบสนองคำสั่งตามบริบทได้โดยอัตโนมัติ นอกเหนือจากความบันเทิง VAC ยังช่วยเสริมไลฟ์สไตล์ด้วยการค้นหาสูตรอาหารจากหน้าจอทีวีและส่งต่อคำแนะนำไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในบ้าน เช่น The Movingstyle และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานแบบหลายอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างไร้รอยต่อ
ซัมซุงยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการที่ออกแบบให้กลมกลืนกับพื้นที่อยู่อาศัยและสไตล์ผู้ใช้ โดยทีวี OLED S95H มาพร้อมกรอบหน้าจอที่ประณีตเรียบหรูเสมือนงานศิลป์ ขณะที่โปรเจกเตอร์พกพา The Freestyle+ ซึ่งขับเคลื่อนด้วย Vision AI Companion (VAC) สามารถฉายภาพได้ทั้งผนัง เพดาน และพื้นผิวไม่เรียบ เช่น มุมห้องหรือผ้าม่าน ตอบโจทย์การรับชมในทุกพื้นที่ของบ้าน พร้อมกันนี้ ทีวีไลน์อัปปี 20262 ยังรองรับ HDR10+ ADVANCED ที่ยกระดับคุณภาพภาพในทุกมิติ ตั้งแต่ความสว่าง การปรับภาพตามประเภทคอนเทนต์ ความลื่นไหลของภาพเคลื่อนไหว การจัดการโทนสีเฉพาะจุด ไปจนถึงประสบการณ์การเล่นเกม และเมื่อการรองรับ HDR10+ จากผู้ให้บริการ OTT เพิ่มขึ้น ซัมซุงจึงเป็นรายแรกที่นำ HDR10+ ADVANCED มาใช้กับทีวีรุ่นปี 2026 ควบคู่กับการเปิดตัว Eclipsa Audio ระบบเสียงเชิงพื้นที่รุ่นใหม่ที่ถูกนำมาใช้กับทีวีทุกรุ่นในไลน์อัปเดียวกัน
นอกจากนี้ ซัมซุงยังเปิดตัวไลน์อัปจอมอนิเตอร์เกมมิ่ง Odyssey ที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา ถึง 5 รุ่นใหม่ ที่ยกระดับขีดจำกัดทั้งด้านความละเอียด อัตรารีเฟรช และประสบการณ์ภาพที่สมจริง นำโดย Odyssey G9 รุ่น 6K 3D รุ่นแรกของซัมซุง รวมถึง Odyssey G6 เจเนอเรชันใหม่ และ Odyssey G8 รุ่นใหม่อีก 3 รุ่น ซึ่งนำเสนอเทคโนโลยีจอภาพระดับโลกสำหรับทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์
หัวใจสำคัญของนวัตกรรมจอภาพทั้งหมดนี้ คือ Tizen OS ซึ่งผู้ใช้จะได้รับการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ Tizen OS ต่อเนื่องยาวนานถึง 7 ปี เพื่อให้ทีวีสามารถพัฒนาและมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
Home Living Companion: อุปกรณ์ที่ช่วยดูแลตลอดทั้งวัน
ชอลกี คิม Executive Vice President และหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ Digital Appliances (DA) ของซัมซุง และ เอลิซาเบธ แอนเดอร์สัน หัวหน้าฝ่าย Integrated Marketing กลุ่มธุรกิจ Digital Appliances (DA) ของซัมซุง อเมริกา ร่วมกันถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของซัมซุงในการยกระดับบทบาทของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จากการเป็นเพียงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ไปสู่การเป็น “Home Companion” หรือ “ผู้ช่วยประจำบ้าน” ที่ช่วยลดความยุ่งยากและความเครียดจากงานบ้านในชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดเผยว่า ในเดือนธันวาคม ปี 2025 SmartThings มีจำนวนผู้ใช้งานมากกว่า 430 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ซัมซุง ทั้งในด้านขนาดของอีโคซิสเต็มและความเข้าใจเชิงลึกต่อพฤติกรรมผู้ใช้ที่แตกต่างและโดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาดแนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่าน Family Hub ตู้เย็นอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของบ้าน และในเวอร์ชันล่าสุดยังได้รับการอัปเกรดด้วย AI Vision ที่พัฒนาบนเทคโนโลยี Google Gemini3 เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุค AI ได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยระบบสามารถจดจำและติดตามรายการอาหารที่ถูกนำเข้าและนำออกจากตู้เย็นได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดข้อจำกัดเดิมด้านการรับรู้วัตถุดิบ ทำให้การวางแผนมื้ออาหารและการจัดการอาหารภายในบ้านเป็นเรื่องง่ายและสะดวกกว่าที่เคย ทั้งนี้ Family Hub ยังได้รับรางวัล CES Innovation Awards มาแล้วถึง 10 ครั้ง ขณะที่ตู้เย็นอัจฉริยะของซัมซุงที่มาพร้อม AI ก็ได้รับรางวัลดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของซัมซุงในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
นอกจากนี้ ฟีเจอร์ใหม่ในรูปแบบเกมอย่าง “What’s for Today?” 5 บนตู้เย็นบางรุ่น ช่วยแนะนำเมนูจากวัตถุดิบที่มีอยู่หรือเสนอไอเดียอาหารใหม่ ๆ ในแต่ละวัน โดยเมื่อเลือกเมนูแล้ว สูตรอาหารจะแสดงใน SmartThings Food พร้อมขั้นตอนการทำ และสามารถส่งต่อไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อในครัวเพื่อเริ่มทำอาหารได้ทันที เสริมด้วยฟีเจอร์ Video to Recipe ที่แนะนำวิดีโอทำอาหารและแปลงเนื้อหาเป็นขั้นตอนที่ทำตามได้ง่าย ทำให้ทำอาหารไปพร้อมวิดีโอได้อย่างลื่นไหล ควบคู่กับการเปิดตัว FoodNote4 รายงานสรุปพฤติกรรมการบริโภคประจำสัปดาห์ ตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้งานบ่อย เมนูแนะนำ ไปจนถึงรายการที่ควรเติมสต็อก พร้อมการอัปเดต Now Brief ด้วยวิดเจ็ตที่หลากหลายขึ้นบนหน้าจอ Family Hub และเมื่อทำงานร่วมกับ Voice ID ระบบจะสามารถแยกแยะสมาชิกแต่ละคนในครอบครัว เพื่อแสดงข้อมูลและคอนเทนต์ที่เหมาะกับแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การจัดการเรื่องอาหารและการใช้ชีวิตประจำวันตลอดทั้งสัปดาห์เป็นเรื่องง่ายขึ้น
สำหรับพื้นที่ซักผ้า Bespoke AI Laundry Combo ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาที่หลายบ้านเจออยู่เป็นประจำ ด้วยการรวมการซักและอบผ้าไว้ในเครื่องเดียว ลดขั้นตอนและไม่ต้องย้ายผ้าไปมา โดยรุ่นปีนี้อัปเกรดให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้นด้วยโหมดซักความเร็วสูง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการอบให้ผ้าแห้งดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังเปิดตัว Bespoke AI AirDresser รุ่นใหม่ ที่ช่วยจัดการปัญหาเสื้อผ้ายับได้อย่างง่ายดายผ่านฟีเจอร์ Auto Wrinkle Care ซึ่งใช้ลมแรงและไอน้ำช่วยคลายรอยยับ เพียงแขวนเสื้อแล้วรอ ก็ได้เสื้อผ้าเรียบพร้อมใส่ ช่วยประหยัดเวลาและลดความเร่งรีบในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
ภายในบ้าน Bespoke AI Jet Bot Steam Ultra หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะของซัมซุง ช่วยดูแลความสะอาดได้อย่างชาญฉลาด ด้วยขุมพลังจากชิป Qualcomm Dragonwing™ และเซนเซอร์ Active Stereo 3D ที่สามารถแยกแยะของเหลว8 ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ น้ำผลไม้ หรือแม้แต่ของเหลวชนิดใสอย่างน้ำเปล่า กล้องที่ติดตั้งมาในตัวช่วยให้การนำทางแม่นยำขึ้น และยังทำหน้าที่เป็นตัวช่วยดูแลบ้านเมื่อเจ้าของไม่อยู่ สามารถแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของสัตว์เลี้ยง หรือสิ่งผิดปกติ9ภายในบ้านได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ด้วย Bixby10 เวอร์ชันที่ฉลาดขึ้นช่วยให้ผู้ใช้สั่งงานหุ่นยนต์ดูดฝุ่นด้วยการพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้การใช้งานสะดวกและเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น และด้วยการเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกันอย่างลึกซึ้งของอุปกรณ์ในระบบนิเวศเดียวกัน เครื่องใช้ไฟฟ้า Bespoke AI ของซัมซุงจึงได้รับรางวัล CES Innovation Award ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและประสบการณ์ AI แบบครบวงจร
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือความร่วมมือครั้งแรกกับ Hartford Steam Boiler (HSB) บริษัทประกันภัยความเสี่ยงทางวิศวกรรมและเทคนิคชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา โดย เกร็ก เอ็ม. บารัตส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ HSB ที่ได้ร่วมขึ้นเวทีพร้อมอธิบายถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า การเชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะเข้ากับ SmartThings ซึ่งช่วยลดเบี้ยประกันบ้าน สะท้อนศักยภาพของ AI ที่ช่วยเพิ่มความคุ้มครองควบคู่กับการลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ใช้ โดยหลังจากประสบความสำเร็จในการทดสอบในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2025 ความร่วมมือนี้กำลังขยายไปยังรัฐอื่น ๆ ทั่วสหรัฐฯ รวมถึงบริษัทประกันชั้นนำในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก
Care Companion: ยกระดับการจากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ สู่การดูแลเชิงรุก
ปริวีน ราชา Vice President และหัวหน้าฝ่าย Digital Health ของซัมซุง อเมริกา ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ระยะยาวของซัมซุงด้านการดูแลสุขภาพอัจฉริยะ (Intelligent Care) ที่ขับเคลื่อนด้วยอีโคซิสเต็มที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างครบวงจร โดยมุ่งเปลี่ยนแนวคิดการดูแลแบบรอแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้น ไปสู่การดูแลแบบเชิงรุกที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า ผ่านการทำงานร่วมกันของ AI บนสมาร์ทโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สวมใส่ และอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในอนาคต ตัวอย่าง คือ การนำเสนอการโค้ชด้านสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล ด้วยการแนะนำการออกกำลังกาย การนอนหลับ และเมนูอาหารที่เหมาะสมจากวัตถุดิบในตู้เย็นที่เชื่อมต่อ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง โดยหากระบบตรวจพบสัญญาณหรือรูปแบบที่ผิดปกติ จะมีการแจ้งเตือนผู้ใช้ทันที พร้อมเปิดให้แชร์ข้อมูลสุขภาพกับผู้ให้บริการทางการแพทย์ผ่านแพลตฟอร์ม Xealth และเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญออนไลน์ได้อย่างสะดวก ควบคู่กับการเดินหน้าพัฒนาการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ผ่านความร่วมมือด้านการวิจัยที่ใช้อุปกรณ์สวมใส่ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เช่น การเคลื่อนไหว การพูด และระดับการมีส่วนร่วมในกิจกรรม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงด้านการรับรู้ในระยะยาว เพื่อให้สามารถเฝ้าระวังและดูแลได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
Samsung Knox และ Knox Matrix ทำหน้าที่เป็นรากฐานด้านความปลอดภัยของอีโคซิสเต็มที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน ช่วยปกป้องข้อมูลผู้ใช้ในทุกขั้นตอน และเมื่อ AI พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ระบบความปลอดภัยทั้งสองก็ถูกยกระดับควบคู่กัน โดยมุ่งตรวจจับและรับมือความเสี่ยงจาก AI เสริมการปกป้องข้อมูลในกระบวนการฝึกโมเดล และตรวจสอบความปลอดภัยของโมเดลผ่านการวิเคราะห์แบบ Red Team เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
สำหรับโซนจัดแสดงนวัตกรรมของซัมซุงภายในงาน CES เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมระหว่างวันที่ 4 – 7 มกราคมนี้สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่ Samsung Newsroom
_______________________
[1] ฟีเจอร์นี้รองรับเฉพาะบางประเทศและบางรุ่น ความพร้อมใช้งานและฟีเจอร์ที่รองรับอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและเงื่อนไขการรับชม คำสั่งเสียงรองรับภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส เยอรมัน อิตาลี และเกาหลี แต่ไม่รองรับทุกสำเนียงภาษาถิ่น หรือรูปแบบการพูด ฟีเจอร์นี้เป็นคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI ซึ่งไม่สามารถรับประกันความถูกต้องได้ จึงควรตรวจสอบผลลัพธ์อีกครั้ง จำเป็นต้องใช้รีโมทบลูทูธรุ่นเฉพาะ (TM2660H/TM2661H) (บางรุ่นจำหน่ายแยก) รีโมทที่แถมมาในกล่องสำหรับบางรุ่น โดย (M70H/U800H) ไม่รองรับการสั่งงานด้วยเสียง ต้องใช้ Mobile Quick Remote หรือรีโมทบลูทูธที่ซื้อแยก ฟีเจอร์สามารถเข้าถึงได้ผ่านปุ่ม AI หรือปุ่ม Home (กดค้าง) บนรีโมตที่ไม่มีปุ่ม AI
[2] ฟีเจอร์ HDR10+ ADVANCED รองรับในทีวีรุ่น QN990H, R95H, S95H, S90H, R90H, S85H, LS03HW, LS03H และ QN80H
[3] Google Gemini ให้บริการโดย Google LLC ความพร้อมใช้งานของบริการ ฟังก์ชันที่รองรับ และความแม่นยำ อาจแตกต่างกันไปตามประเทศ ภาษา รุ่นอุปกรณ์ และเวอร์ชัน OS/One UI ผู้ใช้ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป บางฟังก์ชันอาจต้องตั้งค่าแอปเพิ่มเติม และฟีเจอร์หรือผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามแพ็กเกจการสมัคร
[4] AI Vision คือกล้องในตู้เย็นที่มีการประมวลผลด้วย AI ช่วยระบุรายการอาหาร โดยต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi และใช้บัญชี Samsung หากไม่สามารถจดจำรายการอาหารได้ อาจแสดงเป็นรายการที่ไม่ทราบชนิด AI Vision ไม่สามารถระบุหรือแสดงรายการอาหารในช่องแช่แข็งได้ การจดจำใช้โมเดล AI ซึ่งอาจมีการอัปเดตเป็นระยะเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ผู้ใช้อาจต้องตรวจสอบและปรับแก้รายการด้วยตนเองเพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง เมื่อกล้องทำงานจะมีไฟสีแดงติดขึ้น บริเวณอื่นที่ไม่ใช่อาหารจะถูกเบลอโดยอัตโนมัติ
[5] ต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi และใช้บัญชี Samsung
[6] อาจต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi และใช้บัญชี Samsung, Google หรือ Microsoft ต้องใช้บัญชีล็อกอินเดียวกันในทุกอุปกรณ์ ความพร้อมใช้งานของบางแอปอาจแตกต่างกันไปตามประเทศ ภูมิภาค ผู้ให้บริการ เครือข่าย หรืออุปกรณ์ และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
[7] ผู้ใช้แต่ละรายต้องลงทะเบียนบัญชี Samsung บนอุปกรณ์หน้าจอล่วงหน้า โดยหนึ่งอุปกรณ์สามารถลงทะเบียนได้สูงสุด 6 บัญชี การใช้งาน Voice ID ผู้ใช้ต้องยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน Bixby การลงทะเบียน Voice ID รองรับเฉพาะอุปกรณ์บางรุ่น เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี และมือถือ และหนึ่งบัญชีสามารถลงทะเบียนได้เพียงหนึ่งเสียง
[8] ของเหลวที่หก เป็นของเหลวที่มีสีหรือโปร่งใส เช่น น้ำหรือน้ำผลไม้ มีขนาดตั้งแต่ 7 x 7 ซม. (ปริมาตร 15 มล.) ขึ้นไป ขนาดของของเหลวหรือสภาพแวดล้อมของพื้นมีผลต่อการตรวจจับ เช่น ลวดลายพื้น สีพื้น แสงตรงหรือแสงสะท้อน หรือรูปร่างของของเหลว ของเหลวที่หกบนพื้นในปริมาณมากอาจทำให้สิ่งสกปรกแพร่กระจาย และส่งผลต่อความแม่นยำในการตรวจจับ
[9] ต้องดาวน์โหลดแอป SmartThings ซึ่งรองรับอุปกรณ์ Android และ iOS ต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi และใช้บัญชี Samsung ระบบสามารถจดจำได้เฉพาะแมวและสุนัข ความสามารถในการจดจำอาจถูกจำกัดโดยท่าทางหรือตำแหน่งของสัตว์เลี้ยง และอาจแตกต่างกันไปตามชนิดสัตว์และสภาพแวดล้อม ไม่สามารถระบุตัวตนของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวได้ โดยจะตรวจจับเพียงการมีอยู่ของสัตว์เลี้ยงจากตัวบ่งชี้ทางภาพทั่วไป เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละเครื่องต้องตั้งค่าโหมดสำหรับสัตว์เลี้ยงผ่านแอป SmartThings
[10] Bixby คือผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียงด้าน Internet of Things (IoT) ของซัมซุง ความพร้อมใช้งานของบริการ Bixby อาจแตกต่างกันไปตามประเทศ Bixby รองรับบางภาษาและสำเนียง ได้แก่ เกาหลี อังกฤษ (สหรัฐฯ/สหราชอาณาจักร/อินเดีย) สเปน (เม็กซิโก/สเปน) เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี และโปรตุเกส (บราซิล) อินเทอร์เฟซผู้ใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลงและแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์ ความพร้อมใช้งานของฟีเจอร์และผู้ให้บริการคอนเทนต์อาจแตกต่างกันไปตามประเทศ/ผู้ให้บริการ/ภาษา/รุ่นอุปกรณ์/เวอร์ชัน OS ต้องล็อกอินบัญชี Samsung และเชื่อมต่อเครือข่ายข้อมูล (Wi-Fi หรือเครือข่ายมือถือ)





COMMENTS