แอลจี เผยผลประกอบการไตรมาส 4 และตลอดปี 2568 ด้วยรายได้ทุบสถิติ แตะ 2.41 ล้านล้านบาท ตอกย้ำพลังสองธุรกิจเรือธง กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและกลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ เติบโตต่อเนื่องครบหนึ่งทศวรรษ
สรุปประเด็นสำคัญ:
- แอลจี อีเลคทรอนิคส์ สร้างสถิติรายได้ประจำปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
- กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution หรือ HS) และกลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (Vehicle Solution หรือ VS) มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 นับตั้งแต่ปี 2558 ถึงแม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านปัจจัยทางเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านภาษีในสหรัฐฯ รวมถึงการชะลอตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า
- ผลกำไรจากการดำเนินงานปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของงบประมาณด้านการตลาดเชิงกลยุทธ์สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์จอภาพ และการรับรู้ต้นทุนพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการปรับโครงสร้างองค์กร
- พอร์ตโฟลิโอธุรกิจเชิงกลยุทธ์เพื่อการเติบโตยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจโซลูชันสำหรับองค์กร (B2B) ธุรกิจที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ (Non-Hardware) และโมเดลธุรกิจตรงถึงผู้บริโภค (D2C) โดยกำไรจากการดำเนินงานรวมของสองกลุ่มธุรกิจหลักในสาย B2B คือ กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (Vehicle Solution หรือ VS) และกลุ่มธุรกิจโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Solution หรือ ES) สามารถทำสถิติใหม่ทะลุ 1 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท) เป็นครั้งแรก
โดยแอลจีสามารถสร้างสถิติรายได้ประจำปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง แม้จะเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ แต่กลุ่มธุรกิจ HS ยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างยั่งยืน ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ VS สามารถรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งท่ามกลางสภาวะความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัวลง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ทั้งสองกลุ่มธุรกิจมีส่วนสำคัญต่อการสร้างรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องครบหนึ่งทศวรรษนับตั้งแต่ปี 2558
อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานมีการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มงบประมาณด้านการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มจอภาพ ท่ามกลางการฟื้นตัวของอุปสงค์ที่ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์และการแข่งขันในตลาดที่ทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการรับรู้ต้นทุนพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-off Costs) เป็นมูลค่าหลายแสนล้านวอนในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร (Voluntary Retirement Programs) ทั่วทั้งองค์กร โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งเสริมความยืดหยุ่นของโครงสร้างต้นทุนในระยะกลางถึงระยะยาว
แอลจียังคงเดินหน้าขับเคลื่อนความก้าวหน้าในกลุ่มธุรกิจที่มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่โมเดลธุรกิจที่สร้างมูลค่าสูงและมีความยืดหยุ่นต่อสภาวะตลาด อันได้แก่ กลุ่มธุรกิจ B2B เช่น โซลูชันยานยนต์ ระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์และชิ้นส่วน กลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ เช่น แพลตฟอร์ม webOS และบริการบำรุงรักษา รวมถึงช่องทางธุรกิจ D2C ที่ครอบคลุมโมเดลธุรกิจบอกรับสมาชิก (Subscription) และแอลจีออนไลน์ช้อป โดยรายได้จากกลุ่มธุรกิจ B2B เพิ่มขึ้นถึง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 24.1 ล้านล้านวอน (ประมาณ 6.51 แสนล้านบาท) และเป็นที่น่าสังเกตว่า กำไรจากการดำเนินงานรวมของกลุ่มธุรกิจ VS และ ES ซึ่งเป็นสองแกนหลักของสายงาน B2B สามารถทำสถิติสูงกว่า 1 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท) ได้เป็นครั้งแรก ส่วนรายได้จากโมเดลธุรกิจ Subscription เติบโตถึง 29% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ใกล้แตะระดับ 2.5 ล้านล้านวอน (ประมาณ 6.75 หมื่นล้านบาท)

COMMENTS