ดัน REEV รุกตลาดไทย จาก JAECOO 6T สู่ iCAUR V27 ทางเลือกใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับคนที่ยังต้องเดินทางไกล
ในช่วงที่ตลาดยานยนต์ไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์พลังงานไฟฟ้า คำว่า REEV หรือ Range-Extended Electric Vehicle กำลังถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะเป็นแนวทางที่พยายามรักษาข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งความเงียบ การตอบสนองทันใจ และการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมลดข้อจำกัดเรื่องระยะทางและความพร้อมของสถานีชาร์จ
CHERY GROUP ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยี REEV มาอย่างต่อเนื่อง กำลังนำระบบนี้มาต่อยอดผ่านหลายแบรนด์ในเครือสำหรับตลาดประเทศไทย โดยปัจจุบันมีทั้ง JAECOO 6T REEV และ iCAUR V27 REEV พร้อมเตรียมนำผลิตภัณฑ์ REEV รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มเติมในอนาคต
REEV ต่างจากรถไฟฟ้าทั่วไปอย่างไร? หัวใจสำคัญคือ “ล้อยังขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า”
หลักการสำคัญของระบบ REEV คือ การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนรถ ขณะที่เครื่องยนต์สันดาปทำหน้าที่หลักในฐานะเครื่องกำเนิดกระแสไฟ หรือ Range Extender มากกว่าการส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง
เมื่อแบตเตอรี่มีพลังงานเพียงพอ รถสามารถทำงานด้วยพลังงานไฟฟ้า แต่เมื่อเดินทางต่อเนื่องและระดับพลังงานลดลง เครื่องยนต์จะเริ่มทำงานเพื่อผลิตกระแสไฟเข้าสู่ระบบ โดยระบบจัดการพลังงานจะตัดสินใจว่าจะส่งไฟไปยังแบตเตอรี่ หรือจ่ายให้มอเตอร์ตามสภาวะการขับขี่
พลังงานของ REEV มาจาก 3 แหล่ง
เครื่องยนต์ผลิตกระแสไฟเมื่อพลังงานแบตเตอรี่ลดลง
เปลี่ยนพลังงานจากการชะลอและเบรกกลับเป็นกระแสไฟ
เสียบปลั๊กเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ได้เหมือนรถยนต์ไฟฟ้า
คนไทยเดินทางไกลมากกว่าที่คิด แต่ Range Anxiety และสถานีชาร์จยังเป็นโจทย์
บทความของ CHERY GROUP อ้างอิงผลสำรวจ Global Automotive Consumer Study ของ Deloitte ซึ่งระบุว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทยเพียง 4% ที่ไม่ได้เดินทางจากบ้านเกิน 100 กิโลเมตร ในช่วงหนึ่งเดือนก่อนการสำรวจ
ขณะที่มากกว่า 69% เดินทางไกลกว่า 100 กิโลเมตรอย่างน้อย 3 ครั้งต่อเดือน สะท้อนว่าการเดินทางข้ามจังหวัดหรือระยะไกล ยังคงเป็นพฤติกรรมสำคัญของผู้ใช้รถชาวไทย
ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลที่ CHERY GROUP อ้างจาก Deloitte ระบุว่า 39% ยังกังวลเรื่องระยะทางของรถ BEV และ 46% กังวลเรื่องความพร้อมของสถานีชาร์จสาธารณะ ซึ่งเป็นช่องว่างที่เทคโนโลยี REEV พยายามเข้ามาตอบโจทย์
อย่างน้อย 3 ครั้งต่อเดือน
ของรถ BEV
ของสถานีชาร์จสาธารณะ
JAECOO 6T REEV: จากการใช้งานในเมืองถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 428 แรงม้า
หนึ่งในรถที่ CHERY GROUP ใช้เปิดตลาดเทคโนโลยีนี้ในไทยคือ JAECOO 6T REEV โดยรุ่นขับเคลื่อนสองล้อมีระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าสูงสุด 190 กิโลเมตร ตามข้อมูลของบริษัท
ขณะที่รุ่น 4WD ถูกระบุว่าเป็นรถ REEV รุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ใช้ระบบ i-WD ซึ่งสามารถสลับระหว่างสองล้อและสี่ล้ออัตโนมัติ พร้อมจัดสรรแรงบิดแบบเรียลไทม์
JAECOO 6T REEV ส่งมอบสะสมมากกว่า 1,000 คัน
CHERY GROUP ระบุว่า JAECOO 6T REEV ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคไทย ด้วยยอดส่งมอบสะสมมากกว่า 1,000 คัน และคาดว่าจะครบ 2,000 คันภายในเดือนกันยายน 2569 ซึ่งบริษัทใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการตอบรับของตลาดต่อเทคโนโลยี REEV
iCAUR V27 REEV: อีกหมากสำคัญของ CHERY GROUP ในตลาด Boxy SUV
อีกหนึ่งรุ่นที่ถูกวางเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญคือ iCAUR V27 REEV ซึ่งผสานระบบ REEV เข้ากับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ i-AWD
ตามข้อมูลจาก CHERY GROUP ระบบให้กำลังสูงสุด 455 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 505 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 6 วินาที โดยบริษัทเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายในเดือนกันยายน 2569
CHERY ระบุว่าเริ่มพัฒนา REEV มาตั้งแต่ปี 2553
CHERY GROUP ระบุว่าเริ่มพัฒนารถที่ใช้เทคโนโลยี REEV มาตั้งแต่ปี 2553 กับ Chery S18D ในประเทศจีน ก่อนพัฒนาต่อเนื่องสู่รถหลายรุ่นและหลายเซ็กเมนต์
สำหรับประเทศไทย กลยุทธ์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรถรุ่นเดียว แต่จะนำระบบ REEV ไปต่อยอดกับผลิตภัณฑ์จากหลายแบรนด์ภายในเครือ เพื่อสร้างพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมการใช้งานหลากหลายรูปแบบ
REEV ถูกวางให้เป็นหนึ่งในคำตอบของพฤติกรรมการเดินทางของคนไทย
นายเซดริก ซุย (Mr. Cedric Cui) ประธาน CHERY GROUP (ประเทศไทย) ระบุว่า บริษัทตั้งใจนำองค์ความรู้และประสบการณ์ด้าน REEV มาต่อยอดผ่านรถหลายรุ่นจากแบรนด์ในเครือ เพื่อรองรับทั้งการใช้งานประจำวันและการเดินทางไกล พร้อมเดินหน้าแนะนำผลิตภัณฑ์ REEV รุ่นใหม่เข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
REEV ไม่ได้เข้ามาแทน BEV แต่กำลังสร้างพื้นที่ตรงกลางของตลาด
จุดน่าสนใจของ REEV คือการแก้โจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการสัมผัสการขับแบบรถไฟฟ้า แต่ยังไม่พร้อมพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จทั้งหมด โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางต่างจังหวัดบ่อย หรือมีรูปแบบการใช้งานที่คาดการณ์ระยะทางได้ยาก
เมื่อมองในภาพรวม ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ของไทยจึงอาจไม่ได้เดินหน้า ด้วยเทคโนโลยีเพียงรูปแบบเดียว แต่จะประกอบด้วย BEV, PHEV และ REEV ที่แข่งขันกันด้วยความเหมาะสมต่อพฤติกรรมผู้ใช้แต่ละกลุ่ม มากกว่าการตัดสินว่าเทคโนโลยีใดจะเป็นคำตอบเพียงหนึ่งเดียว
REEV อาจเป็น “สะพาน” ระหว่างโลกเครื่องยนต์กับ EV สำหรับผู้ใช้รถไทยที่ยังเดินทางไกลเป็นประจำ
กลยุทธ์ของ CHERY GROUP แสดงให้เห็นว่า การแข่งขันในตลาดรถพลังงานใหม่กำลังย้ายจากคำถามว่า “รถไฟฟ้าหรือไม่ใช่รถไฟฟ้า” ไปสู่คำถามว่าเทคโนโลยีแบบใดเหมาะกับพฤติกรรมจริงของผู้ใช้มากที่สุด และ REEV กำลังถูกวางตำแหน่งให้ตอบโจทย์คนที่ต้องการ ความเงียบและการตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ยังต้องการอิสระในการเดินทางไกลโดยไม่ผูกติดกับสถานีชาร์จเพียงอย่างเดียว

COMMENTS