การแข่งขันของอุตสาหกรรมธนาคารในยุคดิจิทัล ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบน Mobile Banking หรือบริการหน้าบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกรรมจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน
ล่าสุด กรุงศรี หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ต่อสัญญาความร่วมมือระยะยาวกับ Kyndryl ภายใต้ข้อตกลงระยะเวลา 5 ปี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการดำเนินงานไอที และเร่งยกระดับระบบ Core Banking ของธนาคาร ด้วย Automation, AI และเทคโนโลยี Mainframe
เบื้องหลัง Digital Banking คือ Core Banking ที่ต้องแข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และเสถียร
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ความคาดหวังของลูกค้า กฎข้อบังคับ และโมเดลทางการเงินรูปแบบใหม่ ระบบ Core Banking ยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่รองรับการทำงานของธนาคารในภาพรวม
เป้าหมายของกรุงศรีจึงไม่ใช่เพียงการปรับปรุงระบบเดิม แต่ต้องสร้าง Infrastructure ที่มีความแข็งแกร่ง พร้อมรองรับประสบการณ์ทางการเงินที่ฉลาดขึ้น เชื่อมต่อมากขึ้น และทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ในโลกที่ผู้บริโภคคาดหวังบริการแบบ Digital-first
Kyndryl Bridge ใช้ AI และ Automation ลดงาน Manual และเพิ่ม Visibility ของระบบไอที
หนึ่งในเทคโนโลยีหลักของความร่วมมือคือ Kyndryl Bridge แพลตฟอร์มเปิดแบบรวมศูนย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งจะถูกนำมาช่วยลดกิจกรรมด้านไอทีที่ต้องดำเนินการด้วยมือ เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจติดตาม Infrastructure และสนับสนุนการประมวลผลแบบกลุ่ม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบไอทีในภาพรวม
เทคโนโลยีหลักในแผนยกระดับระบบธนาคาร
ครอบคลุม Infrastructure ที่รองรับ ATM มากกว่า 4,800 เครื่อง
ภายใต้ข้อตกลงฉบับใหม่ กรุงศรีจะนำบริการดูแลระบบไอที บริการให้คำปรึกษา และ AI-driven Operations ของ Kyndryl มาใช้กับสภาพแวดล้อมศูนย์ข้อมูลของธนาคาร
ขอบเขตดังกล่าวครอบคลุม Infrastructure ที่รองรับตู้ ATM มากกว่า 4,800 เครื่อง รวมถึงระบบ Mainframe และ Application ที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินงานหลักของธนาคาร ซึ่งสะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เกี่ยวข้องกับระบบ Mission-critical ในระดับองค์กรโดยตรง
Agentic AI เริ่มขยับจากแนวคิด สู่การใช้งานกับ Enterprise IT
อีกหนึ่งส่วนที่น่าจับตาคือการนำ Kyndryl Agentic AI Framework มาใช้สนับสนุนการ Modernize ระบบ และจัดระเบียบ Workflow ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ครอบคลุมทั้ง Application และ Infrastructure
ระบบจะช่วยสนับสนุนตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยี การสร้างระบบอัตโนมัติในการทำงาน ไปจนถึงการดำเนินโครงการ Modernization โดยมีเป้าหมายลดภาระงาน Manual และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่ยังคง Human Oversight หรือการกำกับดูแลโดยมนุษย์ไว้ในกระบวนการ
Infrastructure ต้องแข็งแกร่ง เพื่อรองรับ Banking ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ระบุว่าอุตสาหกรรมธนาคารกำลังเปลี่ยนจากทั้งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ความคาดหวังลูกค้า กฎข้อบังคับ และโมเดลทางการเงินใหม่ จึงจำเป็นต้องมี Infrastructure ที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และเสถียร เพื่อสนับสนุนบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้มากขึ้น
จาก Infrastructure สู่ AI-driven Transformation
นายกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คินดริล (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ความร่วมมือกับกรุงศรีได้พัฒนา จากการสร้างความแข็งแกร่งให้รากฐานทางเทคโนโลยี ไปสู่การสนับสนุน Digital Transformation ในภาพรวม โดยผสาน Kyndryl Consult, Kyndryl Bridge, Automation, AI, Mainframe Expertise และศักยภาพด้าน Agentic AI เข้าด้วยกัน
ความร่วมมือไม่ได้เริ่มจาก AI แต่ต่อยอดจาก Infrastructure ที่ทำร่วมกันมาหลายโครงการ
ก่อนการต่อสัญญาฉบับใหม่นี้ Kyndryl เคยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีของกรุงศรี ในหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็น การ Modernize ระบบเครือข่าย การย้ายระบบสู่ Cloud การยกระดับ Workplace Technology และการเพิ่มประสิทธิภาพบริการด้านไอที
ข้อตกลงระยะใหม่จึงเป็นการขยายขอบเขต จาก Infrastructure Services ไปยัง Mainframe, Core Banking Environment และ AI-driven Operations เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Transformation ในระยะยาวของธนาคาร
สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่แค่ “ธนาคารใช้ AI” แต่คือ AI กำลังลงไปอยู่ใน Infrastructure Layer
ในช่วงแรกของกระแส Generative AI หลายองค์กรเริ่มต้นจาก Chatbot, Copilot หรือเครื่องมือช่วยพนักงาน แต่กรณีของกรุงศรีและ Kyndryl สะท้อนอีกเฟสของ Enterprise AI ซึ่ง AI เริ่มลงไปทำงานกับ Infrastructure, Operations และ Modernization Workflow โดยตรง
สำหรับธุรกิจธนาคารที่ต้องให้ความสำคัญกับ Availability, Reliability, Security และ Governance การนำ Agentic AI มาใช้จึงไม่ได้หมายถึง การปล่อยให้ AI ดำเนินการโดยไม่มีการควบคุม แต่ต้องออกแบบระบบ Automation ที่สามารถทำงานร่วมกับ Human Oversight และกระบวนการกำกับดูแลระดับองค์กร
Agentic AI กำลังเดินออกจาก Demo และเข้าสู่ระบบ Mission-critical ขององค์กร
ความร่วมมือระหว่างกรุงศรีและ Kyndryl เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า AI Transformation ในองค์กรขนาดใหญ่ กำลังเคลื่อนจาก Front-end Experience ลงไปสู่ Core Infrastructure และ IT Operations มากขึ้น เมื่อ AI, Automation, Mainframe และ Application Modernization ถูกนำมาทำงานร่วมกันในสภาพแวดล้อมเดียว สิ่งที่จะมีความสำคัญควบคู่กับประสิทธิภาพก็คือ Reliability, Governance และ Human Oversight โดยเฉพาะในระบบการเงินที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลกระทบในวงกว้าง

COMMENTS